เป็นท่อประปาเหล็กในชุมชนหลวงพรต ท่านเลี่ยม หัวตะเข้ ยังไม่ได้รับการเปลี่ยน ด้านในเต็มไปด้วยตะกอนสนิม เป็นสาเหตุให้ท่อรั่วเป็นประจำ แจ้ง กปน. ให้รับทราบแล้ว หวังว่าจะมาเปลี่ยนให้ในเร็ววันนี้ครับ

เจ้าหน้าที่จากการประปานครหลวงได้เข้ามาประสานงานกับชุมชนหลวงพรต ท่านเลี่ยม ตลาดหัวตะเข้ ในเบื้องต้นแล้ววันนี้ ขอบคุณครับ

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1170478082985499&set=a.102470099786308.5808.100000699548136&type=3&theater

 

 

ตะลึง!ญี่ปุ่นพบปลาน้ำลึกหายากขนาดมหึมา

เมื่อเร็วๆนี้ ชาวประมงญี่ปุ่นจับ “ฉลามเมกาเม้าท์” หรือ ฉลามปากอภิมหาใหญ่ที่มีขนาดตัวยาว 5 เมตรได้ที่จังหวัดมิเอะ บนเกาะฮอนชู

โดยรายงานระบุว่า ฉลามเมกาเม้าท์มาติดแหประมงในน่านน้ำที่ไกลจากท่าเรือของเมืองโอวะเสะใน จังหวัดมิเอะเพียง 5 กิโลเมตร ส่วนชาวบ้านแถวนั้นก็รีบมาดูสิ่งมีชีวิตในน้ำลึกที่หาดูได้ยาก

ฉลามเมกาเม้าท์มีอายุได้ยืนยาวถึง 100 ปี สามารถมีขนาดตัวได้ยาวถึง 5.2 เมตร โดยปกติใช้ชีวิตอยู่ในเขตน้ำลึกประมาณ 160 เมตร จะโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อมาหาอาหารตอนกลางคืนเท่านั้น

นอกจากฉลามวาฬและฉลามบาสกิ้นแล้ว ฉลามเมกาเม้าท์ก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นฉลามที่กินแพลงตอนเป็นอาหารเช่นกัน แต่นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันนั้นกลับไม่ค่อยรู้จัก

โดยพบเจอมันครั้งแรกเมื่อปี 1976 เนื่องจากมันมาเกยตื้นตายอยู่บนชายหาดหรือจับได้โดยบังเอิญ จึงจะมีโอกาสได้พบเจอมัน ซึ่งจนถึงปัจจุบันนับได้ไม่ถึง 100 ครั้ง ส่วนใหญ่จะพบเจอได้ในญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน

ทั้งนี้ ฉลามเมกาเม้าท์ตัวที่จับได้มีน้ำหนักประมาณ 1 ตัน ถูกพ่อค้าปลาซื้อและเคลื่อนย้ายไปอย่างรวดเร็ว

 

 

https://www.facebook.com/XinhuaNewsAgency.th/photos/pcb.1742267259322622/1742267155989299/?type=3&theater

 

 

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวเกี่ยวกับด้านมืดของคนในสังคม ที่ไม่รู้เหมือนกันนะเนี่ยว่าจิตใจทำด้วยอะไร เมื่อมีรายงานว่าเจ้าตูบในมหานครแห่งเมืองนิวยอร์กตัวหนึ่งถูกพบในสภาพที่ ถูกเทปกาวพันไว้รอบปากของมัน

โดยตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจของเมืองก็ กำลังพยายามสืบหาเบาะแสว่าใครเป็นผู้ทำร้ายเจ้าหมาตัวนี้ หลังจากมันถูกทิ้งไว้แถวๆ ทางด่วน แถมมีเทปกาวพันไว้รอบปากเพื่อไม่ให้มันสามารถกินอาหารหรือน้ำได้!!!

สภาพของเจ้าตูบตอนถูกพบ

สำหรับตอนนี้มันก็ได้รับการช่วยเหลือเบิ้องต้นไว้แล้วล่ะ และได้ไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงสัตว์ในละแวกนั้น

มัน ถูกพบอยู่ในแถบทางด่วน Montauk โดยมีสภาพปากถูกเทปกาวพันจนปิดสนิท ซึ่งตอนนี้ Roy Gross ผู้กำกับของเจ้าหน้าที่ตำรวจในละแวกก็ได้เร่งให้เจ้าพนักงานสืบหาตัวผู้ กระทำการทารุณกรรมเจ้าตูบแล้ว

‘การที่นำสุนัขมาปล่อยแล้วเอาเทปกาวพันปากของมันไม่มันดื่มน้ำหรือหาอาหารทานนั้น เป็นอะไรที่ใจร้ายสุดๆ’ Roy Gross กล่าว

Rob Farha พลเมืองดีผู้เจอเจ้าตูบตัวนี้ ‘มันน่าสงสารมาก เป็นสุนัขที่นิสัยดีเลยทีเดียว ตั้งแต่ผมเจอมันก็ไม่เคยส่งเสียงดังเลยนะ’

ตอน นี้ทางกรมตำรวจก็เสนอเงินรางวัลนำจับถึง 2,000 เหรียญ หรือราวๆ 70,000 บาทเลยทีเดียว ถ้าใครสามารถให้เบาะแสจนนำไปสู่การหาคนกระทำผิดได้

โชค ดีน้าาเจ้าตูบที่มีคนไปเห็นแกและแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ อีกนัยหนึ่งของเรื่องนี้นอกจากจะเป็นการช่วยเจ้าตูบแล้ว ยังแสดงให้ถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่และสืบหา ตัวผู้ร้าย นี่ขนาดเรื่องเล็กๆ นะเนี่ย สุดยอดไปเลย!!!

 

 

 

“รอยสัก” ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ใครหลายคนต่างชื่น ชมเป็นชีวิตจิตใจกันเลย แถมปัจจุบันแฟชั่นรอยสักก็มาแรงไม่เบาอ่ะ อาจเรียกได้ว่า มีรอยสักแบบใหม่ๆ มีมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ เสมอเลยล่ะค่ะ

 

และเมื่อล่าสุดนี้เอง “Linjojo’Z” ช่างสักชาวสิงคโปร์ ได้โพสต์ภาพผลงานบางส่วนของเขาบนอินสตาแกรมที่มีชื่อว่า Odd Tattooer ซึ่งรอยสักดำมืดสนิทแบบนี้เอง ได้กลายเป็นกระแสยอดฮิตไปทั่ว จนมีคนไปสักตามแล้วด้วย เอ๊ะ!! สงสัยลวดลายคงไม่ธรรมดานะเนี๊ย อย่างนี้ต้องลองไปดูกันซะแล้ว

นี้เป็นอีก 1 วง สักเหมือนกันที่คอ กับมือ ++

 

 

YouTube Preview Image

 

           ญี่ปุ่นฆ่าวาฬมิงค์ 333 ตัว ในมหาสมุทรแอนตาร์กติก สลดเป็นวาฬท้องกว่า 200 ตัว

      เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2559 สำนักข่าว CNN รายงานว่า กองเรือล่าวาฬของญี่ปุ่นออกเดินทางปฏิบัติภารกิจล่าวาฬในมหาสมุทรแอนตาร์ก ติก สังหารวาฬมิงค์ไปเป็นจำนวนทั้งสิ้น 333 ตัว ในจำนวนนี้ 230 ตัวเป็นวาฬเพศเมีย และ 90 เปอร์เซ็นต์ล้วนเป็นวาฬท้อง อ้างทำไปเพื่อการวิจัยจำนวนประชากรวาฬ

          รายงานระบุว่าญี่ปุ่นได้ส่งกองเรือ 4 ลำ จากหน่วยงานวิจัยวาฬแห่งญี่ปุ่น ล่องไปในมหาสมุทรแอนตาร์กติกและได้ฆ่าวาฬจำนวนดังกล่าว โดยทางรัฐมนตรีประมงแห่งญี่ปุ่นเผยว่า ภารกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยและศึกษาเกี่ยวกับจำนวนประชากรวาฬในมหา สมุทรแอนตาร์กติก มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีที่ดีในสุดในการควบคุมประชากรวาฬ พร้อมเผยว่ายังไม่มีการเคลื่อนไหวต่อต้านปฏิบัติการนี้

           ทั้งนี้ที่ผ่านมากลุ่มประเทศที่ไม่สนับสนุนการล่าวาฬ ซึ่งรวมถึงนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการล่าวาฬเพื่อการวิจัยโดยชอบธรรม ก่อนที่ในปี 2557 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติได้มีคำสั่งให้ญี่ปุ่นยุติโครงการ ล่าวาฬดังกล่าว แต่ถึงอย่างนั้นญี่ปุ่นก็ยังคงฝ่าฝืน ล่าวาฬต่อไป โดยปฏิบัติการล่าวาฬที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดนี้ กองเรือ 4 ลำได้ออกเดินทางจากท่าเรือเมืองชิโมโนเซกิ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียว เมื่อเดือนธันวาคม 2558 และเพิ่งจะเดินทางกลับฝั่งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา

 

 

เผย 3 ท่าฟิตบั้นท้ายง่ายๆ จาก Jen Selter สาวก้นสวยที่สุดในโลก

 

      นาทีนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักสาวน้อยที่มีบั้นท้ายงอนงามที่สุดในโลก อย่าง Jen Selter  แล้วล่ะ เพราะในโลกออนไลน์นั้นถือได้ว่าเธอเป็นผู้บุกเบิกแฟชั่นก้นงอนๆ ให้กับสาวๆ ที่มีต้นทุนน้อยกันเลยทีเดียว

ชวนดู Jen Selter สาวก้นสวยที่สุดในโลก13

ในโซเชียลมีเดียของเธอนั้น จะมีการแบ่งปันรูปแบบการออกกำลังกายของตัวเอง อย่างเช่น วิดีโอท่าทางการออกกำลังกายเน้นสัดส่วน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้สาวๆ ที่อยากมีสุขภาพดีและรูปร่างเป๊ะเช่นเธอ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้เธอกลายเป็นสาวที่โด่งดังภายในระยะเวลาอันสั้น แถมยังได้เซ็นสัญญาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ออกกำลังกาย อีกด้วย นอกจากนี้เธอยังมีโอกาสได้ชิมลางถ่ายแบบนิตยสารลงปกดังๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือแฟชั่นชื่อดังอย่าง Elle หรือหนังสือหัวเซ็กซี่อย่าง FHM และนี่แหล่ะค่ะ จึงทำให้เธอติดอันดับผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดในโลก

กว่าเธอจะมีบั้นท้ายที่สวยงอนงามขนาดนี้ เธอต้องใช้เวลาถึง 4 ปีเลยทีเดียว ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างเช่นการออกกำลังกายด้วยท่าสควอช ที่เป็นท่าบริหารกล้ามเนื้อต้นขา สะโพก หน้าท้อง และก้นดูงอนงามขึ้นนั่นเอง

ซึ่งวิธีการทำก็ไม่ยากเลย เพียงแค่ยืนตัวตรง แยกขาออกประมาณหัวไหล่ ย่อตัวลง แล้วเกร็งหน้าท้องไว้ด้วย ทำขึ้นลงช้าๆ จะช่วยบริหารและเผาผลาญได้ดีขึ้น เพียงเท่านี้ต้นขาก็จะกระชับและบั้นท้ายก็จะงอนงามได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แล้ว

เรามาดู 3 ท่าฟิตบั้นท้ายง่ายๆ ที่น่าจะทำตามได้ไม่ยากจากเธอกัน!

 

http://www.healthandtrend.com/slimming/fit-firm/jen-selter

 

 

 

 

 

ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กสมาคมคนรัก นิสิต นักศึกษา แพทย์และพยาบาล แห่งประเทศไทย ซึ่งได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “ขนลุกเวรดึก คนไข้ไปนาละโดนงูกัดมา คนไข้ฆ่าเองจับมา รพ. เอง แล้วตัวคนไข้ตอนนี้ก็อาการหนัก ยังไม่รู้สึกตัว GCS E2M2VT งูจงอางหนัก8โล ยาว4เมตร #‎โรงพยาบาลประจำจังหวัดอุบล‬”

ด้าน เฟซบุ๊กแฟนเพจ หมอแมว ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า  “ในปัจจุบัน เราไม่ค่อยอยากให้จับงูมา ข้อดีของการจับงูมาคือ การรู้ชนิดงูจะได้ให้เซรุ่มได้ถูก (ซึ่งก็ไม่แน่ เพราะถ้าตีหัวแบะมา บางทีก็ดูไม่ออก หรือบางทีลายของงูไม่ได้ชัดมาก ก็ดูลำบาก)

ข้อเสียของการจับงูมาก็คือ อาจจะตายก่อนมาถึงโรงพยาบาล อย่างกรณีงูเห่าหรืองูจงอางกัด ถ้าโชคไม่ดีจับแล้วเจอกัดซ้ำได้พิษเพิ่ม ระหว่างจับเคลื่อนไหวมาก เสียเวลา อาจจะหยุดหายใจก่อนมาถึงโรงพยาบาลเสียชีวิตได้ และเจอบ่อยๆ ที่จับงูมาผิดตัว คราวนี้เข้ารกเข้าพงไปหมด ถ้ามีกล้อง ถ่ายรูปไว้จะปลอดภัยกว่าไปจับเอง”

ล่าสุด นายบุญเยี่ยม ศิลาทิพย์ ผู้ใหญ่บ้านบุ่งหวายกลาง เปิดเผยว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บคือ นายสุธีร์ อายุ 37 ปี ได้ถูกงูจงอางกัด ขณะนอนอยู่ที่กระท่อมนา ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ โดยถูกงูจงอาง ความยาว 3.8 เมตร เลื้อยขึ้นมาบนกระท่อมแล้วกัดเข้าขาขวา

จากนั้น นายสุธีร์ได้ขี่รถจยย.เข้ามาในหมู่บ้าน บอกพ่อแม่ และผู้ใหญ่บ้านว่าถูกงูจงอางกัด และได้ฆ่าตายทิ้งไว้ที่กระท่อมนา จะมาขอเงินไปรพ. ซึ่งขณะนั้นเจ้าตัวยังมีสติอยู่ดี โดยขี่รถจยย. มา รพ.วารินชำราบ ด้วยตัวเอง

เมื่อมาถึง รพ.วารินชำราบ ปรากฏว่าพิษที่ถูกงูจงอางกัดได้ลามขึ้นสมอง ทำให้สมองขาดออกซิเจน อาการโคม่า ต้องถูกส่งต่อไปยัง รพ.สรรพสิทธิประสงค์ เบื้องต้น แพทย์ระบุว่า พิษงูได้กระจายไปทั่วร่างกาย เนื่องจากพิษงูลุกลาม เป็นเหตุให้ออกซิเจนไปเลี้ยงไม่ทัน ทำให้ต้องให้เซรุ่มเพื่อต้านต่อไป

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สมาคมคนรัก นิสิต นักศึกษา แพทย์และพยาบาล แห่งประเทศไทย และ หมอแมว

 

https://www.facebook.com/สมาคมคนรัก-นิสิต-นักศึกษา-แพทย์และพยาบาล-แห่งประเทศไทย-146444992175633/?ref=ts&fref=ts

 

 

กลายเป็นดราม่าสายแรงคู่ใหม่ไปเลยทันที หลังจากที่เจ๊ม้า อรนภา ได้วิจารณ์ชุดใส่ออกงานของสาว เอมมี่ โดยได้กล่าวว่า “เป็น บ้าเหรอ ชุดมันคือสไตล์อะไร โจงกระเบนเหรอมีจีบหน้านาง รองเท้าก็ผิด แต่งเพื่ออะไร นมก็เกินเหตุ คิดว่านมสวยเหรอ คัทติ้งก็แย่มาก ดูแล้วขยะแขยง”

 

ซึ่งหลังจากที่เป็นข่าวดังออกไป ล่าสุดสาว เอมมี่ อมลวรรณ ได้โพสต์อินสตาแกรม @mmyamalawan ตอบกลับมาว่า

“ด่าชุดก็ชุด อย่ามาลามถึงฐานะ หนูคิดว่าจะจบ ตั้งแต่ชุดพรมแดง #daradaily แต่ไม่จบ ลามมาถึง พรมแดง #สุพรรณหงส์ #มันดูแย่ขนาดนั้นเลยร๋อคะแต่เรียบร้อยก็ผิด ไม่ว่าหนูจะใส่ชุดอะไรหนูก้โดนด่า แม้กระทั่ง ชุดยาว ของ #zibeththailand ก็โดนด่า #ผ้าผูกต้นโพธิ์พูดดูถูกคนอีกแล้วแถมมาดูถูกเรื่องฐานะอีก เอ็มมี่มีลูก 2 คนแต่เอ็มมี่โชคดี ที่มีพี่ป๋อง #zibeththailand เมตตาและกรุณา เลยให้ชุดมาใส่ฟรีๆ หนูผิดตรงไหนคะ #งั้นชุดสีแดงที่คุณแม่ม๊ะใส่ดูสวยเริ่ดหรูมากคะไม่เหมือนผ้าพันต้นโพธิ์ หนูขอโทษที่หนูไม่มีปัญญาเช่าชุด ชอโทษที่ต้องเอาเงินเช่าชุดมาเลี้ยงลูก ทั้ง 2 คน แต่หนูก้ยืนยันว่าชุดพี่ป๋อง ซีเบท ไทยแลนด์ มีคุณค่าสำหรับหนู @pong_zibethxxx ขอบพระคุณที่เมตตาและเอ็นดูหนูนะคะ”

แถมหลังจากนั้น สาวเอมมี่ก็ได้โพสรูปเก่าของเจ๊ม้า ที่เคยถ่ายไว้ พร้อมข้อความว่า “ขอบ พระคุณสำหรับคำสอน ในฐานะที่พี่ม้าเป็นผู้ใหญ่ในวงการ ขอบคุณที่แนะนำนะคะ แต่ถ้าจะด่าหนูด่า ก็ด่ามาเลยคะแต่ อย่ามาลามถึงฐานะเลย เพราะหนูต้องเลี้ยงดูลูก หนูคิดว่าจะจบ ตั้งแต่ชุดพรมแดง #daradaily แต่ไม่จบ ลามมาถึง พรมแดง #สุพรรณหงส์”

http://board.postjung.com/954105.html

 

 

 
Published : 15 March, 2016 @ 3:31 pm

collag

 

Get it, girls! There’s no denying that Kim Kardashian and Kylie Jenner have been looking a lot alike lately — after all, they are sisters! And, while the two both have some GORGEOUS looks, they also seem to have similar styles… which are also gorgeous, right?! Last year, you might remember when Kim confessed she “stole” Kylie’s bikini, and they both shared pics wearing the same swimsuit…

And, now a year later, they’re at it again!

While we don’t know who really “stole” whose bikini this time, one thing’s for sure — they’re rocking the same style, and they’re rocking it well!

Kim posted her swimsuit selfie back on Earth Day, as it was the photo out of her book ‘Selfish,’ which showed off not only her hot back, but some serious mother nature in the background!

And, on Monday (June 22), Kylie posted a bikini pic that we couldn’t help but feel like looked familiar, and then we realized why…

 

Twinning!!!

While each sister looks stunning (and not to mention sexy)  in the swimsuit, still we have to ask — who wore it better?! So be sure to let us know what YOU think in the comments!

Scroll through to see tons of other times Kim and Kylie may have “stole” each other’s look!

 
Published : 14 March, 2016 @ 6:08 pm

YouTube Preview Image

 

อินเดียเป็น หนึ่งในประเทศที่ยังคงมีปัญหาเรื่องสิทธิความเท่าเทียมกันระหว่างชายหญิง ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานการประกาศคำสั่งห้ามสตรีอินเดียใช้โทรศัพท์ มือถือของคณะกรรมการหมู่บ้านแห่งหนึ่งโดยให้เหตุผลว่าเป็นการบ่อนทำลายสังคม เพราะอาจทำให้ผู้หญิงหนีตามผู้ชาย

หมู่ บ้านทางตะวันตกของรัฐคุชราตห้ามไม่ให้เด็กผู้หญิงและหญิงที่ยังไม่แต่งงานมี โทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเอง โดยอ้างว่าเป็นการช่วยให้ผู้หญิงเหล่านี้มีสมาธิจดจ่อกับการเรียนหนังสือมาก ขึ้น

 

โดยผู้นำตำบล Mehsana นาย รานจิต ซิงห์ ธาคอร์ กล่าวว่า “หมู่ บ้านต่างในตำบล Mehsana และ Banaskantha ในเมืองคุชราตได้ออกคำสั่งห้ามไม่ให้ผู้หญิงมีโทรศัพท์มือถือใช้ และยังมีอีกหลายหมู่บ้านที่ได้เข้าร่วมในการรณรงค์ครั้งนี้”

“คำสั่งห้ามมีโทรศัพท์นี้ ครอบคลุมหญิงสาวอายุต่ำกว่า 18 ปีและหญิงที่ยังไม่แต่งงาน” นาย รานจิต ซิงห์ ธาคอร์ กล่าว

นาย รานจิต ซิงห์ ธาคอร์ ยังได้บอกกับ Thomson Reuters Foundation ทางโทรศัพท์ต่อไปอีกว่า เด็ก ผู้หญิงจะเรียนหนังสือได้ไม่เต็มที่ อย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งหากพวกเธอมีโทรศัพท์มือถือใช้ และอาจนำพวกเธอไปสู่สถานการณ์เลวร้ายต่างๆได้ทุกรูปแบบ”

“ปล่อย ให้พวกเธอได้เรียนหนังสือ แต่งงาน และเมื่อถึงเวลานั้นพวกเธอก็สามารถมีโทรศัพท์เป็นของตัวเองได้ ซึ่งก่อนจะถึงตอนนั้น พวกเธอก็สามารถใช้โทรศัพท์ของพ่อที่บ้านได้ หากว่ามีความจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์จริงๆ” นายรานจิต ซิงห์ ธาคอร์ กล่าว

ประเทศอินเดียถือเป็นตลาดโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ด้วยตัวเลขผู้ใช้งานมากกว่าหนึ่งล้านคน 

นอกจากนี้ยังปรากฏว่ามีหลายหมู่บ้านที่ให้ความสนใจการออกกฎห้ามใช้โทรศัพท์ บางแห่งเริ่มมีการนำกฎนี้ไปใช้อย่างไม่เป็นทางการบ้างแล้ว

อย่างไรก็ตามคำสั่งห้ามการมีโทรศัพท์ใช้ เป็นของตัวเองของผู้หญิงนี้ออกโดยผู้ใหญ่ในชุมชน ที่อ้างว่าเพื่อความปลอดภัยของผู้หญิง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้มีผู้ปฏิบัติตามกฎนี้มากนัก

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการห้ามสตรีใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่(โทรศัพท์มือถือ)ในประเทศอินเดีย เมื่อปี 2555 หมู่บ้านมุสลิม “ซุนเดอร์บาริ” ที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองปัฏนา เมืองเอกของรัฐพิหารไปทางตะวันออกราว 385 กิโลเมตรโดยนอกจากออกกฏห้ามผู้หญิงทุกเพศทุกวัยใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แล้ว หากสตรีซึ่งยังไม่แต่งงานรายใดถูกพบเห็นว่ากำลังใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่บน ท้องถนน ก็จะถูกปรับเงิน 10,000 รูปี (คิดเป็นเงินไทยราว 5,620 บาท) อีกด้วย แต่หากเป็นสตรีที่แต่งงานมีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้ว แต่ยังใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ จะถูกปรับเงินราว 2,000 รูปี (ราว 1,124 บาท)

มานูวาร์ อาลัม ผู้นำคณะกรรมการหมู่บ้านที่ริเริ่มออกกฎสุดเข้มดังกล่าวระบุว่า ที่ผ่านมา คนในหมู่บ้านซุนเดอร์บาริต่างรู้สึกกระอักกระอ่วนใจทุกครั้งที่มีคนจากหมู่ บ้านอื่นเข้ามาถามว่า “คราวนี้ ผู้หญิงบ้านไหนอีกล่ะ ที่หนีตามผู้ชาย? ” เนื่องจาก สถิติการหนีตามผู้ชายของสตรีในหมู่บ้านมุสลิมแห่งนี้สูงมาก เมื่อเทียบกับหมู่บ้านแห่ง อื่นๆที่อยู่ใกล้เคียง

โดยในช่วงระยะเวลาแค่ 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีสตรีจากหมู่บ้านซุนเดอร์บาริ หนีตามผู้ชายไปแล้วอย่างน้อย 6 ราย นอกจากนั้น บางรายในจำนวนดังกล่าว เป็นผู้หญิงที่มีสามีและมีลูกแล้ว ถือเป็นเรื่องที่สร้างความอับอายแก่หมู่บ้านเป็นอย่างยิ่ง

 

การที่ชายหญิงหนีตามกันไปเป็นเรื่องปรบ มือข้างเดียวไม่ดัง หากทั้งสองฝ่ายไม่เห็นพ้องต้องกันเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น และเรื่องที่น่าเศร้ากว่านั้นคือความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงทำให้ ผู้หญิงตกเป็นเป้าในการลงโทษเพียงฝ่ายเดียว

 

 

 

นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงนโยบายรณรงค์ประหยัดน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า
เทศกาลสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทย เป็นช่วงที่ประชาชนใช้น้ำสูงมาก เนื่องจากตามขนบธรรมเนียมที่สืบทอดกันมา ที่นอกจากจะเป็นโอกาสรดน้ำขอพรผู้ใหญ่และสรงน้ำพระแล้ว ยังนิยมเล่นสาดน้ำสงกรานต์ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมเล่นน้ำจำนวนมากโดยในกรุงเทพฯ มีพื้นที่ 2 จุดที่นิยมเล่นน้ำสงกรานต์คือที่ถนนข้าวสารและถนนสีลมอย่างไรก็ตามสถานการณ์น้ำในปีนี้ค่อนข้างวิกฤติ เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนหลักค่อนข้างน้อย
“เทศกาลสงกรานต์ในกรุงเทพฯ ปีนี้จึงมีแนวคิดปรับลักษณะการจัดกิจกรรมให้ ใช้น้ำน้อยลงอาทิ การจัดกิจกรรมเพียง 3 วัน คือ 13-15 เมษายน จากเดิมที่เริ่มจัดกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน และการร่วมจัดงานกับจังหวัดใกล้เคียง อย่างอ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ พร้อมเสนอแนวทางให้ประชาชนเลือกร่วมงานที่ใดที่หนึ่ง โดยจะชี้ให้เห็นถึงสำคัญที่ต้องประหยัดน้ำในปีนี้ ซึ่งแนวคิดนี้จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ 2559 ประมาณสัปดาห์ เพื่อขอมติจากคณะกรรมการฯ ในการจัดหาแนวทางประหยัดน้ำที่เหมาะสมต่อไป แต่ในระยะนี้กทม.ก็ได้สั่งการให้ทุกสำนักช่วยกันประหยัดน้ำ และให้สำนักงานเขต 50 เขต รณรงค์ให้ประชาชนประหยัดน้ำ ซึ่งแต่ละวันในกรุงเทพฯ มีการใช้น้ำประปาประมาณ2 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวัน ซึ่งควรลดให้ได้ร้อยละ 20″ นายอมร กล่าว
ด้าน นายอดิศักดิ์ ขันตี ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. ในฐานะดูแลเรื่องการระบายน้ำ กล่าวว่า
กทม.ได้ ประสานการทำงานกับการประปานครหลวง (กปน.) อย่างใกล้ชิด ซึ่งทางกปน.ได้เพิ่มการผลิตน้ำประปาในฝั่งแม่น้ำแม่กลองและจากคลองมหา สวัสดิ์เพิ่มขึ้น ประมาณวันละ 40 ล้าน ลบ.ม. เพื่อลดการสูบน้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ค่อนข้างไหลผ่านเข้าพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑลในปริมาณน้อย ซึ่งแหล่งน้ำทั้ง 2 แห่ง ยังมีปริมาณน้ำมากเพียงพอต่อการผลิตน้ำประชาในช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้

 
Published : 9 March, 2016 @ 1:52 pm

 648972.rq513u87k4w

 

เพิ่งปล่อยกันมาหมาดๆ ‪Balenciaga‬ fall 2016 collection ในงาน Paris Fashion Week Fall 2016 แบรนด์อย่าง Balenciaga ได้เผยโฉมกระเป๋าคอลลเคชั่นใหม่สุดปัง ที่ดูไปเเล้วลายคล้ายๆกระเป๋ากระสอบจากพี่ไทยเอามากๆเลย ชาวเน็ตไทยแซวกันเพียบ ฮาาาา

แรงบันดาลใจจากกระเป๋าสำเพ็งใบละร้อย แต่อันนี้ใบนึงน่าจะเกือบแสน ที่มันแพงขนาดนั้น เพราะมันทำด้วยหนังหรือ pvc ไม่ใช่พลาสติกกะโหลกกะลา และมันคือยี่ห้อ Balenciaga ยูโน้ว ทำด้วยหนัง มันย่อมใช้ขนเสื้อโหลไปส่งใบหยกได้หนักกว่า ทนกว่า คุ้มกว่า มันก็ต้องแพงกว่าสิ ยูอันเด้อสแต๊น?

ดีไซน์เนอร์ใหม่ Demna Gvasalia อายุ 34 ปีเขามาจากยี่ห้อ Vetements (แบรนด์นี้มันฮอตมากตอนนี้หรือว่าไร ปีที่ผ่านมาเห็นคนพูดถึงบ่อยมาก) เขาก็บอกตรงๆ แหละ ว่าได้แรงบันดาลใจมาจากกระเป๋าขนของ ที่จริงเขาไม่ได้ใช้คำว่าแรงบันดาลใจ เขาใช้คำว่า “appropriate” มันมา ซึ่งคำนี้ไม่รู้ว่าภาษาไทยเขาใช้ว่าไร แต่ประมาณว่า เอาของที่มีอยู่แล้วมาทำให้เป็นงานของตัวเอง อย่างตอนที่ Richard Prince เอารูปคนอื่นใน IG มาทำไรเพิ่มนิดหน่อยแล้วเอาไปแสดงงาน ขายได้รูปละเป็นล้านอ่ะ

 

http://board.postjung.com/951839.html

 
Published : 2 September, 2015 @ 11:04 am

 

กินอาหารแก้สะอึก
อาการสะอึก อาจเป็นเรื่องแสนธรรมดาที่ใครๆ ทุกคนก็เป็นได้ แม้แต่ทารกในครรภ์ก็เช่นกัน แต่คุณรู้ไหมว่าอาการเล็กๆน้อยๆ เช่นการสะอึกนี้ กลับไม่ใช่เรื่องเล็กเลย หากคุณต้องทนสะอึกข้ามวันข้ามคืน ถึงแม้เราจะยังไม่รู้ว่าสาเหตุที่แน่ชัดของอาการสะอึก แต่คนส่วนใหญ่มักมีอาการเกิดขึ้นหลังจากกินหรือดื่มมากเกินไป จนทำให้กระเพาะอาหารที่จุกแน่นไปกดกระบังลมให้หดตัวอย่างกะทันหัน จนเกิดอาการกระตุก และปล่อยเสียงสะอึกออกมา

สำหรับวิธีที่จะช่วยหยุดอาการดังกล่าวได้อย่างง่ายๆ ด้วยตัวเองนั้นมีหลายวิธี เลือกวิธีที่เหมาะกับคุณ แล้วลองทำตามดังนี้ค่ะ

หยุดสะอึกแบบเร่งรัด

หากอาการสะอึกเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่เหมาะสม เช่น คุณกำลังกล่าวอวยพรในงานแต่งงานของเพื่อน หรือกำลังขึ้นพูดในที่สาธารณะ วิธีต่อไปนี้สามารถช่วยคุณระงับอาการสะอึกได้ทันเวลา

1.กดจุดหยุดสะอึก วิธี นี้ช่วยรักษาอาการสะอึกได้อย่างแนบเนียน โดยใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งบีบตรงเนินเนื้อที่อยู่ต่อจากนิ้วโป้งของมืออีก ข้างหนึ่งไว้ ยิ่งแรงยิ่งดี หรืออีกวิธีหนึ่งให้กดจุดบริเวณร่องเหนือริมฝีปาก แรงกดบีบนี้จะเบี่ยงเบนระบบประสาทของคุณจากอาการสะอึกได้

2.ให้เอานิ้วมืออุดหูประมาณ 20-30 วินาที หรือกดผิวเนื้อนุ่มๆ ด้านหลังติ่งหูบริเวณที่ต่อจากกระโหลกศีรษะ วิธีนี้จะส่งสัญญาณผ่อนคลายผ่านเส้นประสาทเวกัส (Vagus nerve) ซึ่งเป็นส่วนที่ทอดยาวจากก้านสมองและเชื่อมต่อกับบริเวณกระบังลม

3.สูดหายใจเข้าลึกๆ และกลั้นไว้ เมื่อคาร์บอนไดออกไซด์ถูกกักไว้ในปอด กระบังลมจะคลายออก ส่วนการสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเป่าลูกโป่งก็ได้ผลเหมือนกัน

4.ใช้มือป้องปากปิดจมูกไว้ แต่ยังคงหายใจต่อไปเรื่อยๆ ตามปกติ วิธีนี้จะช่วยระงับอาการสะอึกได้ เนื่องจากคุณได้รับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปมากขึ้นนั่นเอง

5.หากไม่มีใครมองอยู่ ลองแลบลิ้นออกมายาวๆ ซึ่งเป็นวิธีที่นักร้องมักใช้ เพื่อกระตุ้นช่องว่างระหว่างเส้นเสียง คุณจะหายใจได้ราบรื่นขึ้นและระงับอาการกระตุกที่ทำให้คุณสะอึกได้

กินอาหารระงับสะอึก

หากคุณเพิ่งเริ่มต้นมีอาการสะอึก ลองมองหาตัวช่วยหยุดสะอึกใกล้ๆ ตัว อย่างอาหารในตู้เย็นหรือในห้องครัวของคุณเอง โดยเริ่มจาก

wordpress.com

 

1.ตักน้ำตาลทรายหรือน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะใส่ปาก และกลืนให้หมดโดยไม่ใช้น้ำ

agmrtwxyz178

www.thaihealth.or.th

2.ลอง ฝานมะนาว แล้วบีบเอาน้ำมะนาวมาสัก 1 ช้อนชา จากนั้นรีบดื่มทันที การลิ้มรสอะไรที่เปรี้ยวจี๊ดสามารถทำให้ริมฝีปากหดย่นและหยุดอาการสะอึกได้

20141104151150229.

toptenthailand.net

3.กลืนน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิลสัก 1 ช้อนชา วิธีนี้จะช่วยจู่โจมปุ่มรับรสทำให้หายสะอึกได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

Peanut Butter1

www.e-toyotaclub.net

4.ลอง เนยถั่ว 1 ช้อนชาพูนๆ ระหว่างที่คุณเคี้ยวและดุนให้เนยถั่วเหนียวๆ หลุดจากลิ้นและฟัน รูปแบบการกลืนกับการหายใจจะถูกขัดจังหวะ และอาจทำให้อาการสะอึกหายไป

WESTF00744

www.smartsme.tv

5.ถ้า การสะอึกเกิดจากการกินอาหารมากเกินไป เมื่อถึงเวลาหลังอาหาร ลองดื่มชาเปปเปอร์มินต์ เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารลดการเกร็งตัวและผ่อนคลายลง

เยียวยาด้วยการดื่ม

หากคุณมีอาการสะอึกบ่อยๆ เสียจนสร้างความรำคาญในการดำเนินชีวิตประจำวัน วิธีการต่อไปนี้จะช่วยคุณระงับอาการดังกล่าวได้

content_content_Screen-shot-2011-04-12-at-2.51.05-AM

www.doctor.or.th

1.ก้ม ศีรษะจิบน้ำ โดยค่อยๆ ก้มจิบน้ำจากขอบด้านนอกฝั่งตรงข้ามของแก้ว หรือใช้วิธี จิบน้ำจากแก้วเร็วๆ ประมาณ 9 – 10 ครั้ง สองวิธีนี้จะทำให้การหายใจเข้าน้อยลง จึงเป็นการเพิ่มระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกาย นอกจากนี้เมื่อคุณกลืนน้ำยังทำให้หลอดอาหารหดตัวเป็นจังหวะ จึงช่วยหยุดอาการกระตุกของกระบังลมได้

2.ถ้าคุณอุดหูเวลาดื่มน้ำก็จะ ยิ่งดี ใช้นิ้วมืออุดหูไว้และจิบน้ำจากหลอดดูด ด้วยวิธีนี้เส้นประสาทเวกัสจะถูกกดไว้ ขณะที่คุณได้ประโยชน์จากการกลืนน้ำอย่างสม่ำเสมอ

3.ใช้กระดาษเช็ดมือ ปิดปากแก้วที่บรรจุน้ำแล้วดื่ม เมื่อคุณใช้แรงดูดน้ำผ่านกระดาษ จะทำให้กระบังลมของคุณต้องออกแรงมากขึ้น จึงช่วยต้านอาการกระตุกของกล้ามเนื้อได้

ป้องกันไว้ก่อน

แม้ว่าอาการสะอึกจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ทางที่ดีหากเรารู้จักวิธีป้องกันที่สาเหตุก็สามารถระงับอาการเหล่านี้ได้

1.สร้าง นิสัยการกินและดื่มให้ช้าลง เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน เพราะการกินอาหารเร็วจะทำให้คุณกลืนอากาศเข้าไปมากขึ้น ส่งผลให้สะอึกได้เช่นกัน

2.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีฟอง โดยเฉพาะเครื่องดื่มแช่เย็น ความเย็นและฟองอากาศจะร่วมกันทำให้กระบังลมของคุณปั่นป่วน ซึ่งอาจส่งผลให้คุณสะอึก

3.ถ้าลูกน้อยของคุณสะอึก อาจเกิดจากการกลืนอากาศมากเกินไปในขณะที่กินนม ให้ใช้วิธีเดียวกับการทำให้เด็กเรอ นั่นคืออุ้มลูกพาดบ่าและตบหลังเบาๆ เป็นการไล่ลมทำให้หายสะอึกได้ ที่สำคัญทุกครั้งก่อนให้นมลูก คุณควรตรวจสอบจุกของขวดนมว่าปล่อยให้น้ำไหลออกมาในปริมาณที่เหมาะสมหรือไม่ โดยคว่ำขวดลง นมควรจะหยดอย่างสม่ำเสมอก่อนจะหยดช้าลงและหยุดสนิทในที่สุด เพราะหากน้ำนมไหลออกมามากหรือน้อยเกินไปจะทำให้สะอึกได้

 

1. นมข้นหวานไม่เชิงเป็นเครื่องดื่มเสียทีเดียวนะ แต่รับรองว่าเจ้านมข้นมันแทรกอยู๋ในอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมากแน่ ๆ นมข้นหวานอาจจะเป็นสวรรค์ของคนแพ้นม เพราะส่วนมากจะทำมาจากครีทเทียม ไม่ได้มาจากวัวโดยตรง แต่หารู้ไม่ว่าน้ำตาลและไขมันในนมข้นนั้นมากกว่าในนมวัวหลายเท่า ดังนั้นหลีกเลี่ยงเถอะจ้า

Dairy-Free-Condensed-Milk-1-Watermark (Copy)


 2. น้ำผลไม้สำเร็จรูป

สาว ๆ ไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าความหวานที่มีอยู่ในน้ำผลไม้สำเร็จรูปมันมาจาก เพียงแค่ผลไม้ชนิดนั้น ๆ จริงหรือ ไม่จริ้งงงงงงงง ส่วนมากก็มาจากสารเพิ่มความหวานหรือน้ำตาลที่เติมลงไปทั้งนั้น น้ำผลไม้สำเร็จรูปเพียง  1 กล่อง อาจมีน้ำตาลและแคลลอรี่สูงกว่าการรับประทานอาหารปกติ 1 มื้อเลยก็เป็นได้

juice_460 (Copy)


 3. โซดารสหวาน มิกเซอร์ทั้งหลาย

เห็นสีใส ๆ แบบนี้มีพิษมีภัยนะจ้ะสาว ๆ อย่าหลงกลในความใสเชียวล่ะ นอกจากน้ำตาลแล้วยังมีเกลือหรือโซเดียมปนอยู๋ด้วยนะจ้ะจิบอกให้ ที่สำคัญคือยิ่งดื่มยิ่งทำให้กระหาย อยากทานอีกเรื่อย ๆ นี่ล่ะตัวการ

o-SELTZER-S-CLUB-SODA-facebook (Copy)


 4. ค็อกเทล และว้อดก้าแต่งรส

ค็อเทลแบบขวดมันดื่มง่ายและไม่ต้องเสียเวลาไปรอบาร์เทนเดอร์ชงโน่นเขย่า นี่ให้เมื่อยตุ้ม มันจึงเป็นที่นิยามมากเพระาความสะดวก รสชาติที่แปลกใหม่ สีสันสวยจับใจ แต่ยิ่งหอมหวานก็ยิ่งเป็นมารผจญนะ  น้ำตาลนั่นสูงปรี้ดดด ทางที่ดีลองเปลี่ยนมาดื่ม เตกีล่าผสมมะนาวโซดาจะชิวกว่า

Pre-mixed-drinks-File-picture-5994413 (Copy)


 5. กาแฟแฟนซีแก้วโต

เพิ่มวิป ขอช็อคโกแล็ตเพิ่ม ราดคาราเมลมาเลยจ้าาาา หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะเพระานันแหละตัวการความอ้วนของสาว ๆ สมัยนี้เลยล่ะ รสชาติหวานมันละมุนลิ้นนี่ล่ะที่เป็นทั้งไขมันเลวและน้ำตาลที่มีมากกว่าขา หมู 1 จานเสียอีก จะซื้อมาดื่มก็ลองตัดสินใจดี ๆ อีกครั้งนะ

tumblr_lvk1hrRW0D1qflpc1o1_1280 (Copy)


เลือกสักนิด เพื่อชีวิตท่ีกว่านะจ้ะสาว ๆ อยากผอมอยากสุขภาพดี ของแบบนี้มันต้องเลือกและควบคุมให้พอดีกับร่างกายนะ หากได้รับน้ำตาลและไขมันมากเกินไปนอกจากจะอ้วนแล้วยังเป็นตัวการของโรคร้าย ต่าง ๆ อีกหลายโรคด้วยนะ

 

 

 

ฝาง มีด้วยกัน 2 ชนิด คือ ชนิดแรกแก่นไม้จะเป็นสีแดงเข้มเรียกว่า “ฝางเสน” กับอีกชนิดหนึ่งแก่นไม้จะเป็นสีเหลืองเรียกว่า “ฝางส้ม” ทั้ง 2 ชนิดมีประโยชน์และมีสรรพคุณทางสมุนไพรเหมือนกันได้แก่ แก่นไม้เมื่อนำไปต้มกับน้ำ เคี่ยวจะได้น้ำเป็นสีแดงเข้มคล้ายสีของ ด่างทับทิม ใช้ย้อมผ้าและไหมได้งดงามมาก

สรรพคุณทางยา ตำรายาแผนไทยระบุว่า แก่นมีรสขื่นขมและฝาดต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงโลหิตสตรี แก้ปอดพิการ ขับหนอง ทำให้โลหิตเย็น แก้ท้องร่วง แก้ธาตุพิการ แก้ร้อนใน แก้โลหิตออกทางทวารหนักและเบา สรรพคุณแผลง แก่นรสชาติขมปนหวาน แก้คุดทะราด แก้เสมหะ แก้โลหิตและแก้กำเดาได้ แก่น “ฝาง” มีสารให้สีแดงคือ BRAZILIN ต้มน้ำเป็นยานำทำ ยาอุทัย

ฝาง หรือ SAPPAN TREE, CAESAL-PINIA SAPPANLINN. อยู่ในวงศ์ LEGUMINOSAE เป็นไม้พุ่ม ต้นสูง 5-8 เมตร มีหนามทั่ว ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่ ปลายแหลม โคนเบี้ยว หรือเกือบมน สีเขียวสด ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกเป็นสีเหลือง “ผล” เป็นฝักแบนสีน้ำตาลคล้ายฝักถั่วแปบแต่จะมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย พบขึ้นตามป่าเบญจพรรณและป่าราบทุกภาคของประเทศไทย ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง

ฝาง2

แก่น “ฝาง” มีวัตถุผลึกไม่มีสีชื่อ HAEMATOXYLIN 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อถูกอากาศจะกลายเป็นสีแดง มีเทนนิน, เรซิน และ น้ำมันระเหยเล็กน้อย เป็นยาสมานอ่อนๆ แก้ท้องเดิน ปัจจุบัน “ฝาง” มีต้นขายทั่วไป ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ราคาแตกต่างกัน หรืออยู่ที่ขนาดของต้นครับ.

 

894388-img.rc3m00.0p
ผลของการกินยาคุมต่อสุขภาพยาคุมกับผู้หญิงเป็น ของคู่กัน ชื่อยาก็บอกอยู่แล้วเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ จำเป็นสำหรับผู้หญิงอย่างเราเพราะเป็นฝ่ายต้องคุม ผู้ชายเกิดมาเพื่อสบายอยู่แล้ว แต่คนบางกลุ่ม ไม่ได้ใช้ตามจุดประสงค์เพื่อคุมกำเนิด แต่ใช้ประโยชน์ผลข้างเคียงของยาคุม เพื่อความสวยงาม เช่น ลดสิว ผิวใสน้ำมีนวล แม้แต่สาวประเภทสองยังนิยมกินเพื่อให้มีหน้าอก และสะโพกผาย เคยสงสัยไหมคะว่า ถ้ากินยาคุมต่อเนื่องนานๆจะมีผลอย่างไรบ้าง คำตอบเรื่องนี้มีดังต่อไปนี้ค่ะ

กินยาคุมเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกจริงแค่ไหน

คำ ตอบทางการแพทย์ก็คือ การรับประทานยาคุมส่งผลให้เยื่อเมือก หรือมูกที่ปากมดลูกกลายจากกรดอ่อนเป็นด่างจริง แต่ทางผู้ผลิตยาคุมไม่ได้ถือว่าจุดนี้เป้นข้อสำคัญต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก เพราะปัจจัยที่สำคัญต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกคือการได้รับเชื้อ การติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมาหรือเชื้อเอชพีวีบริเวณอวัยวะเพศ โดยเฉพาะบริเวณปากมดลูก มีเพศสัมพันธุ์ตั้งแต่อายุยังน้อยและเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆต่างหาก ที่เป็นสาเหตุปัจจัยหลักทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก

กินยาคุมส่งผลต่อตับ ทำให้ตับพังจริงไหม

ยา ทุกตัวออกฤทธิ์ที่ตับ และขับออกที่ไต การกินยาคุม หรือยาทุกชนิดเป็นเวลานานย่อมส่งผลต่อตับจริง แต่ยาเม็ดคุมกำเนิดโดยส่วนใหญ่พบว่า ผู้หญิงกินเฉลี่ยต่อเนื่องไม่เกิน 3 ปี และเว้นไป เพื่อตั้งครรภ์ หรือหยุด ค่อยกับมาเริ่มกินใหม่ และสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตรสูติแพทย์จะแนะนำในส่วนนี้อยู่แล้ว ยาเม็ดคุมกำเนิดถูกออกแบบมาเพื่อให้กินในระบะเวลาที่เหมาะสม หากต้องการตคุมนานๆ แนะนำฝังเข็ม หรือทำหมันถาวร

กินยาคุมมีผลทำให้เกิดเนื้องอกต่างๆเช่นเนื้องอกเต้านม

ยา ทุกชนิดมีคำแนะนำในการใช้ และควรใช้ให้ถูกต้องตามหลักการแพทย์ แต่ยังพบว่า มีคนอยู่กลุ่มหนึ่ง ใช้ผลข้างเคียงของยาคุมเพื่อความสวยงาม โดยการกินเกินขนาดเป็นเวลานาน เช่นสาวประเภทสองกินเพื่ออึ๋ม กินเพื่ออวบ กินเพื่อผิวเรียบเนียนไร้สิว เป็นต้น ผลที่ตามมาคือ ฮอร์โมนในร่างกายเเปรปรวน ฮอร์โมนมากเกินไป จึงก่อให้เกิดเนื้องอกและมะเร็งต่างๆตามมาได้ สวยให้ถูกวิธีนะคะ

กินยาคุมต่อเนื่องเป็นเวลานานทำให้มดลูกแห้งและเซ็กเสื่อม

เรื่อง มดลูกแห้ง ส่วมากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือติดเชื้อในช่องคลอดบ่อยๆ ผู้หญิงมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น คือ ชอบสวนล้างช่องคลอดคิด ว่าเป็นการทำความสะอาดได้ล้ำลึกแต่ความเป็นจริงการสวนล้างช่องคลอด หรือล้างด้วยน้ำยาอนามัยจะทำให้ช่องคลอดเสียความเป็นกรด และแห้งในที่สุดต่างหากค่ะ เมื่อช่องคลอดแห้ง ขณะมีเซ็กส์ก็เกิดความเจ็บ

 

 

ปวดเพราะขาดน้ำหล่อลื่น จุดนี้ต่างหากทำให้คุณขยาดการมีเซ็กส์ หลายคนนำมาเป็นข้องอ้างว่าเซ็กส์เสื่อม แท้จริงเเล้วเราบกพร่องและไม่พร้อมากกว่า และหากปฎิเสธบ่อยๆ ฝ่ายชายอาจเปลี่ยนใจ จึงมีปัญหาชีวิตคู่ตามมาได้

ยาทุกตัวมีวิธีการ ใช้และขนาดที่ชัดเจนอยู่แล้ว หากเรานำมาใช้ผิดวิธีหรือผิดคำแนะนำ แน่นอน!!!ผลเสียต่อสุขภาพย่อมตามมา เพราะฉะนั้นศึกษายาคุมกำเนิด หรือสอบถาม แพทย์ เภสัชกร ก่อนเสมอหากต้องการใช้ยากลุ่มดังกล่าว

 

893940-img.rc15u6.0

กลิ่นจุดซ่อนเร้น กลิ่นอับในที่ลับ ปัญหา หนักใจที่สาวๆหลายคนต้องเผชิญ สำหรับสาเหตุหลักของกลิ่นเหม็นในที่ลับของสาวๆนั้น เกิดมาจากหลายๆอย่าง เช่น อาการตกขาว รับประทานของหมักดอง รสจัดจ้าน หรือผลไม้รสเปรี้ยว รวมไปถึงการหมักหมมของเหงื่อ และการรักษาความสะอาดที่ไม่เพียงพอ

สำหรับ สาวๆที่กำลังมองหาทางออกที่ได้ผลจริง เบ็ดเตล็ดไอเดีย ขอแนะนำวิธีเอาชนะกลิ่นอับในจุดซ่อนเร้นที่คุณสามารถทำได้ง่ายๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ

1. หมั่นดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ วิธีนี้ถือเป็นสิ่งที่สาวๆควรให้ความสำคัญมากที่สุด หากต้องการกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในจุดซ่อนเร้นให้หายขาด

2. ดื่มนมเปรี้ยว เนื่องจากเชื้อ “แลคโตบาซิลัส” (Lactobacillus) ใน นมเปรี้ยวจะช่วยระบายท้อง และทำความสะอาดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะ อีกทั้งยังป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์บริเวณช่องคลอดของ ผู้หญิงได้

3. กินกระเทียมและหอม แม้ กระเทียมและหอมจะเป็นอาหารที่มีกลิ่นฉุนแรง แต่กลับมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการผิดปกติ และอาการอักเสบที่เกิดในช่องท้องและกระเพาะปัสสาวะของเราได้อยู่หมัด จึงช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย ต้นเหตุของกลิ่นตุๆในช่องคลอดเราได้อย่างดีเลยค่ะ

3. กินมะขามป้อม ผล ไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งมีคุณสมบัติในเรื่องของการกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างดีเยี่ยม แถมยังมีฤทธิ์จัดการอาการตกขาว ซึ่งเป็นอีกต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหากลิ่นเหม็นในจุดซ่อนเร้นอีกด้วยค่ะ

4. ไม่ต้องโกนขนตรงนั้น เพราะ มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้กลิ่นจากภายในออกมาเหม็นไปทั่ว นอกจากไม่โกนแล้ว ไม่ควรดึง ถอน หรือทำสีด้วยนะ เต็มที่ก็แค่ให้ตัดแต่งให้พอดีก็พอ

5. เมื่อมีประจำเดือน แนะนำว่าควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ และสวมกางเกงชั้นในที่สะอาด ผ้านุ่ม สบาย และไม่อับชื้น

 

 

โลกมันหมุนไวจริงๆ แฟชั่นก็เช่นกัน เดี๋ยวนี้มีเทรนด์การแต่งตัวมากมายให้เราได้เลือกแต่งในแบบที่ชอบ และแบบที่ Boxza.com จะนำมาให้ดูกันในวันนี้ ก็เป็นอีกช๊อยส์หนึ่งให้คุณได้ตัดสินใจ เผื่อใครเห็นแล้วโดน มันใช่อ่ะแบบนี้แหละตามหามานาน ก็ไปหาซื้อมาใส่กันได้เลยนะคะ เทรนด์ที่พูดถึงนี้คือ “เทรนด์รัดกลีบ” คืออ่านไม่ผิด รัดกลีบจริงๆ รัดมากด้วย ก็ไม่รู้ว่าทำไมทั้งหญิงและชายเหล่านี้เขาถึงใส่กางเกงที่มันรัดอวัยเพศจนชัดเจนเห็นเป็นรูปเป็นร่างแบบนี้ คาดว่าน่าจะต้องเป็นแฟชั่นใหม่แหงๆ เพราะใส่กันทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชาย!!!

894027-img.rc1h7w.0p 894027-img.rc1h7x.2p 894027-img.rc1h7x.3p 894027-img.rc1h7x.4p 894027-img.rc1h7x.6p 894027-img.rc1h7x.9p 894027-img.rc1h7y.11p 894027-img.rc1h7y.14p 894027-img.rc1h7y.17p

www.postjung.com

 

894050-img.rc1i5q.0p

ขึ้นชื่อว่า “การนอกใจ” อาจจะทำให้รู้สึกสนุกในช่วงแรก แต่เชื่อเถอะว่าอนาคตมันจะเปลี่ยนเป็นความทุกข์อย่างสาสม ถ้าคู่ของคุณจับได้ และต้องลงท้ายที่การเลิกรา!

เรื่องราวของหญิงสาวคนนี้ เริ่มขึ้นที่เธอโผล่ไปปรากฏตัวในห้องแฟนหนุ่มโดยมิได้นัดหมาย และแน่นอนว่าเธอพบภาพติดตาติดใจของแฟนหนุ่ม กำลังลงมือสำรวจซอกถ้ำ ฟีเจอริ่งกับหญิงอื่นด้วยท่วงท่า 360 องศา!! ไม่เพียงเท่านั้นฝ่ายชายยังนิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหว ด้วยการสั่งให้แฟนรอบนห้อง และตนเองออกไปส่งผู้หญิงอีกคน คุณพระ!!..ไปอ่านรายละเอียดกันเลยดีกว่า แซ่บสะเด่ากว่านั้นเยอะ

 

เปิดประตูห้อง จะเอ๋!!แฟนเราเอากับผู้หญิงอื่น

เมื่อวานตอนเย็นแฟนเราโทมาหา ถามว่าคืนนี้เข้ามาที่ห้องไหม?? เราก็บอกไม่ไป เเล้วเขาก็บอกเราคืนนี้ทำงานนะเลิกเที่ยงคืน…. เเต่พอดีเมื่อคืนเราไปกินเหล้านิดหน่อยวันเกิดเพื่อน กลับดึกเลยเเวะไปหาแฟนที่ห้อง ก็เดินเป๋ๆขึ้นไป ก็โทรหาเเฟนเเต่ไม่รับสาย จะบอกว่าไปนอนที่ห้องนะ ถึงห้องก็เปิดประตู

ภาพที่เห็นคือชายอยู่บน ผู้หญิงอยู่ล่าง กางขา 360 องศา โอ้มายก็อด เราปิดประตูเเล้วรีบวิ่งลงมาข้างล่าง มายืนช็อคอยู่ลานจอดรถ ไม่ถึงห้านาทีแล้วแฟนเราก็เดินลงมา มองตากันเเบบเศร้าๆ คิดในใจเสร็จเเล้วเหรอ อยากขอโทษที่ขัดจังหวะ……เเล้วผู้หญิง สวย หุ่นดี ผมยาว ดัดผมลอน ก็ตามมาติดๆ พากันเดินขึ้นรถผ่านหน้าฉันไป เจ็บในใจ เจ็บจริงๆ อายผู้หญิงด้วย เขาสวยจัง ฮ่าๆ

เเล้วอยู่ๆแฟนฉันก็ลงจากรถ มาเอากุญเเจรถฉัน โทรศัพท์ฉันไป เเล้วบอกว่าไปรอบนห้อง เเล้วมันก็ขับรถไปส่งผู้หญิงเลยค๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาา ฉันก็งง เเละเดินไปหาวินมอไซค์ ไปที่ชอบๆเลยค่ะ เเล้วเราก็เอาเบอร์เพื่อนโทรไป มันถามจะเอายังไง เราตอบเเทบไม่ต้องคิดเลยว่า เลิก

เต่ก่อนก็เคยจับได้แบบเเชทกับผู้หญิงไรเงี้ย เเต่ไม่เคยเจอเบบนี้ เราบอกถ้าเราไม่เห็น คงไม่เป็นไร ทำไมไม่ไปเปิดห้องนอนกัน ทำไมต้องมาที่ห้อง เราก็พูดยาวๆๆๆมั่วๆรัวๆไป มันสวนกลับมาว่า เเล้วทำไมไม่บอกว่าจะมา เรานี่ขำเลย ฮ่าๆๆๆ เเล้วมันยังบอกอีกว่าคนอื่นไม่ได้รัก รักเทอคนเดียว ไม่เลิกกันได้ไหม โกรธเหรอเมื่อกี้ บลาๆ

เป็นเพื่อนๆจะทำไง ร้องไห้ไหม เลิกไหม ด่าไหม โกรธไหม???? ส่วนเราไม่ร้องสักแอะ เเต่พอกลับถึงห้อง คิดได้ ร้องไห้โฮๆ ฟุบเลย ร้องเเบบไม่อายใคร ร้องเกือบตาย เฮ้อ……ตอนนี้โอเครเเล้ว มั้ง!!! เสียดายเวลาจัง ทุกอย่างที่เขาพูดมาโกหกทั้งนั้น เราก็เข้าใจว่าคนขี้หึงคือคนที่รักเราจริงๆ ที่ผ่านมาแฟนเราแสดงละครทั้งนั้น….

เป็นกำลังใจให้กับลูกสาวน๊ะจ๊ะ ปล่อยฮีไปแหก 360 องศา กับคนอื่นต่อไปเถอะ ครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งแรก และถ้าทนต่อไปคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย แหม่..เชี่ยวชาญถึงขนาดที่ว่ารู้วิธีสยบเหตุการณ์ ธรรมดาซะที่ไหน

ขอบคุณเรื่องราวจาก คุณKlukkai_CrazY (Pantip.com)

 

 

887138-img.rat4d5.0p

ก้อยปลาซึ่งเป็นอาหารที่นิยมของชาวอีสาน ยังคงเป็นอาหารอันตรายที่ทำให้เกิดพยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งนำไปสู่การเป็นมะเร็งตับหรือมะเร็งท่อน้ำดีในที่สุด ซึ่งสถิติการเกิดโรคนี้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยมีมากผิดปกติ ทั้งเป็นมะเร็งชนิดที่พบในชายไทยเกินกว่าครึ่งของกรณีมะเร็งอื่นๆ ซึ่งถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับที่พบได้เพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิดทั่วโลก

รศ. ดร. บรรจบ ศรีภา จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นระบุว่า จากการติดตามศึกษากลไกการเกิดโรคมะเร็งตับในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 30 ปี พบว่า พยาธิใบไม้ในตับ ที่ตัวอ่อนเข้าสู่ร่างกายจากการกินอาหารดิบ เช่น ก้อยปลานั้น สามารถสร้างสารเคมีที่ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายมีปฏิกิริยาต่อต้าน และเกิดเป็นอาการตับอักเสบได้ ซึ่งนานวันเข้า การอักเสบเรื้อรังจะทำให้เกิดมะเร็งตับได้

จากการศึกษาพบว่า บางชุมชนมีพยาธิใบไม้ในตับกว่าร้อยละ 80 แต่ส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการของมะเร็ง จนกว่าผู้ป่วยจะมีอายุเกินกว่า 50 ปีขึ้นไป แต่เมื่อแสดงอาการก็มักจะถึงระยะที่สายต่อการรักษาเสียแล้ว โดยในแต่ละปี โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยขอนแก่นรับผู้ป่วยมะเร็งตับจากสาเหตุนี้ถึงกว่า 2,000 ราย แต่รักษาได้เพียง 200 รายด้วยการผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อมะเร็งออก แต่ส่วนใหญ่ แพทย์ทำได้เพียงช่วยบรรเทาอาการ ด้วยการถ่ายเอาน้ำดีออกจนกว่าคนไข้จะเสียชีวิตไป

ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้พยายามดำเนินโครงการลงพื้นที่รณรงค์ให้ความรู้ เรื่องการป้องกันพยาธิใบไม้ตับต่อชุมชนในพื้นที่แหล่งน้ำของภาคอีสานหลาย แห่ง เช่นที่แก่งละว้า อ. บ้านไผ่ จ. ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบโรคดังกล่าวในอัตราที่มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ยังมีชาวบ้านบางกลุ่มราว 10 เปอร์เซ็นต์ที่บริโภคอาหารดิบเป็นนิสัย และไม่สามารถเลิกกินก้อยปลาได้ ซึ่งทางโครงการได้พยายามใช้เทคนิคการป้องกันอื่นๆ เช่นการสร้างส้วมถูกสุขอนามัย เพื่อลดการแพร่กระจายของไข่พยาธิในแหล่งน้ำ

ภาพประกอบ: ก้อยปลา (บน) ไข่พยาธิใบไม้ (ล่าง)

 

 

http://board.postjung.com/887138.html

 
Published : 30 April, 2015 @ 9:55 am

Announcement: Tired of feeling stuck? Let go of the past and create a life you love with the Tiny Buddha course!

Breaking Free from the Pain of Heartbreak

Heartbreak

“Never be ashamed of a scar. It simply means you were stronger than whatever tried to hurt you.” ~Unknown

Heartbreak. I have never felt anything as torturous.

It’s been just over a year since my first real heartbreak, and finally, after more pain and tears than I can describe, I have started to move on.

The loss of a love you believed to be true can leave you feeling shattered. No matter how independent you believed you were, and how many positive things everyone else believes about you, you may feel like the better half of everything you know has disappeared.

This is what I felt. In the first few weeks after the break-up I could barely get out of bed. I would spend my time sobbing and convincing myself that the pain would never go away. How could it?

How could I have been so wrong about something I believed in with every inch of my soul? How could I continue living after I had found the person I was meant to spend the rest of my life with—and lost him?

I used to think of myself as a confident, outgoing person, but one single loss and I had not a shred of self-esteem left. And the thought of being around people and acting happy made me crawl back into bed and cry.

It hasn’t been pretty. Break-ups and any form of significant loss deprive us of the sanity and rationality we would previously have been proud of.

Here are some things I had to learn about how to move past the abyss.

The First Few Weeks After Loss

Cry. Be sad. Feel the pain.

The best advice I got at this time—the only advice that actually helped, in fact—was that break-ups suck, and there’s nothing you can do but give the wound time to heal.

At this point in time you are not expected to believe your best friend who is saying that everything is going to be okay, or your cousin who thinks it’s for the best. Eventually, these loving intentions will be priceless, but for now, just accept the pain.

That Ray of Light & Hope When Your Heart Hurts Just a Little Less

Eventually, the pain will start subsiding. You will realize that your puppy did something goofy and laugh, or that there is a particularly lovely flower in your garden, or that your morning coffee actually tastes good.

Look out for these moments, as they will make you whole again over time.

When you realize that you can actually feel something other than pain again, even if for just a few seconds, try to become more observant. Start looking out for the beauty around you. There is beauty.

One of the positive sides of having your heart shattered into a million pieces is that as it comes together again, you can gain a new perspective on life.

Take a minute to observe the beauty in the simplest things around you—which you may have previously taken for granted—and you’ll be surprised at how much you’ve been missing out on. I sure was.

At this time your friends will start expecting you to get better and become the social bestie they miss. Don’t push yourself. It is okay to want to stay home and watch a movie instead of going out. You are the only one who knows what’s best for you.

Starting to Move (Crawl) On

At some point, something deep down inside of you will say it’s time to start moving on. Now it gets challenging! At this point, you should start to push yourself.

Be honest, and once you know it’s time, go for it. You don’t need to spend the night out partying—start slowly. Accept an invitation for a meal or a coffee date with a friend. If possible, make your own way there so that you’ll know that you can leave if you feel uncomfortable.

This step is crucial, but you won’t feel like doing it. My therapist (to whom I am forever grateful) practically had to supervise me as I made my first plans with a friend. It’s hard, but once you know it’s time, please push through.

It’s okay to go to the bathroom and cry in between the starter and the main course, and again between the main course and desert if you need to. Eventually, you’ll only need one break. And with time, you’ll start enjoying yourself again—as long as you take the first painful steps!

Months On—Should I Be Healed?

For me, the healing process took quite a while. About nine months in, I moved to a different country. My life was practically turned upside down, and every day was a new adventure with amazing new people.

I even met a guy who I had a short-lived, casual relationship with. Although there was nothing real involved, it was a huge pace forward considering that a few months earlier, the thought of being with anyone else literally made me sick to my stomach.

In spite of all this, I couldn’t stop thinking of my ex. We talked almost every day, and he was still a huge part of my life. I realized I was holding myself back and that I would never truly move on if I kept talking to him, so I stopped.

I still didn’t completely move on. Over the Christmas break I found out he was seeing someone else, and it felt like we were breaking up all over again. These feelings were amplified by the thought that I should have moved on by then. I was beating myself up for going back to that dark place, even though I thought I was healed.

Finally Breaking Free

Moving on from things that bring me down has become a much easier process, so within a couple of weeks I was feeling better. This time I also realized that I no longer had any interest in my ex.

Finally, I was free from the rollercoaster that had ruled my life for the past year.

If you’re at the stage when you feel you should have moved on by now, don’t make things worse for yourself by worrying about it. You will move on eventually. You can help yourself to get to that point but you can’t force it.

I was at a party yesterday, and for the very first time since my ex, I met a guy I actually liked. That kind of liking that makes you feel like you’re in high school again.

We smiled at each other across the room and blushed as we met. Nothing came of it, and I doubt I’ll ever see him again, but I’ve spent the day feeling grateful. I survived the darkest period of my life so far, and now my heart is smiling again!

What are you going to do today to survive and flourish?

Heartbreak image via Shutterstock

 

http://tinybuddha.com/blog/breaking-free-from-the-pain-of-heartbreak/

 
Published : 30 April, 2015 @ 9:49 am

Announcement: Tired of feeling stuck? Let go of the past and create a life you love with the Tiny Buddha course!

8 Ways to Be More Confident: Live the Life of Your Dreams

“With realization of one’s own potential & self confidence in one’s ability, one can build a better world.” ~Dalai Lama

For the vast majority of my life I didn’t believe I could do most of the things I wanted to do.

I knew I wanted to be in a relationship, but I feared that if I got into one I’d do something to mess it up.

I wanted to perform on Broadway, but even moving to New York City didn’t give me the courage to audition.

I wanted to be a writer, but I thought it was far too difficult to get published and therefore didn’t even try until my late twenties.

Maybe you’ve never been as unsure of yourself as I used to be, but you can likely relate to that feeling of wanting to do something but feeling terrified to start. This not only limits your potential in life; it also minimizes your ability to make a positive impact on the world around you.

There’s a lot that goes into overcoming those fears. You may need to challenge limiting beliefs formed years ago, or take yourself out of a situation where other people undermine your abilities. One thing that will definitely help is working on your confidence.

Not sure if confidence can be learned? I asked this question on the Tiny Buddha Facebook page to see what readers had to say and then used some of their responses to shape the steps outlined below:

1. Tap into the confidence you were born with.

I feel it’s something that is always there, something you’re born with that gets lost along the way, or stolen by others. Sometimes you have to dig deep to find it again. ~Amy Lee Tempest

You didn’t come out of the womb unsure of your cry or insecure about your large umbilical cord. You came out blissfully unaware of external judgment, concerned only with your own experience and needs. I’m not suggesting that you should be oblivious to other people. It’s just that it may help to remember confidence was your original nature before time started chiseling away at it.

Once you developed a sense of self-awareness, you started forming doubts and insecurities about how other people saw you. You learned to crave praise and avoid criticism, and maybe you started getting down on yourself if you got more of the latter than the former.

When you start feeling unsure of yourself remember: we were all born with confidence, and we can all get it back if we learn to silence the thoughts that threaten it.

2. Know your strengths and weaknesses.

As you learn who you are, you gain confidence in your strengths and also learn your weaknesses. ~Angela Birt

Learning who you are doesn’t happen overnight. For one thing, it can be hard to know which parts of you are you, and which parts are who you think you should be.

A good start is to identify your strengths and weaknesses and then weigh those against what you enjoy. (If you’re great in sales, but you actually can’t stand sales jobs, then it doesn’t really matter if you have confidence there. Unless it’s all about ego—but does that really make you happy?)

It might help to list five things you do well that you enjoy and five things you’d like to do well. Make an effort to utilize some of the first list and work on some of the second every day. As you use your strengths and improve where there’s room to grow, you’ll develop both confidence and fulfillment simultaneously.

3. Expect success.

Confidence comes from success…But confidence also combines another quality because you can be successful, yet lack confidence. It requires a mental attitude shift to an expectation of success. And this alone, can bring about more success, reinforcing the confidence. It spirals from there. ~Jason Hihn

It might seem strange to say expect success since you can’t predict the future, but don’t we do the alternative all the time? Have you ever gone into a stressful situation assuming the worst—that something would go wrong?

Conventional wisdom suggests it’s smart to expect the worst because you won’t be disappointed if you fail and you’ll be pleasantly surprised if you succeed. But research suggests this isn’t universally true. Pessimism can undermine your performance creating a self-fulfilling prophecy.

Find the successes in every day and you’ll notice over time that they increase.

4. Trust your capabilities.

Confidence comes not from knowing you know everything, but from knowing you can handle what comes up. ~Donn King

No one in the world knows everything. Everyone is good at some things and not so good at others. Don’t weigh your security against what you know or can do; weigh it against your willingness and capacity to learn.

If someone criticizes you, take it is an opportunity to improve. If someone does better than you, see it as an opportunity to learn from them. If you fall short at something, realize you can get closer next time. Don’t worry if you’re not confident in what you can do now—be confident in your potential.

5. Embrace the unknown.

Confidence comes from a space of humility. It is spawned when we dare to see the world through an alternate lens. It grows when we have the courage to embrace the experience of the unknown and the unknowable. ~Hana Lee

People often think confidence means knowing you can create the outcome you desire. To some extent it does, but this idea isn’t universally true for anyone. No matter how talented, smart, or capable you are, you cannot predict or control everything that happens in your life.

Even confident people lose jobs, relationships, and sometimes, their health.

Confidence comes from knowing your competence but acknowledging it’s not solely responsible for creating your world. When you take that weight off your shoulders and realize that sometimes the twists and turns have nothing to do with what you did or should have done, it’s easier to feel confident in what you bring to the table.

6. Take risks.

Confidence is a funny thing. You go out and do the thing you’re most terrified of, and the confidence comes afterwards. ~Christopher Kaminski

If you always do things as you’ve always done them of course you won’t feel confident.

When I first moved to San Francisco, I was highly insecure with relationships. I’d moved a lot and spent years hopping around the country partly to avoid getting close to anyone. Eventually I realized the only way out was through. I’d never be good at relationships if I didn’t jump in, get messy, and learn what to do and not to do.

I had to crawl, walk, fall, and repeat to get comfortable with vulnerability and conflict. I made tons of mistakes, and a lot of it hurt. But I live a peopled life now, and it’s worth all the discomfort it took to get here.

7. Learn to receive praise.

Confidence is earned through positive recognition and reinforcement. ~Don La Franchi

It’s amazing how easy it is to believe all the negative things people say and yet discredit the positive. Taking a compliment is an art. Sometimes, it’s instinctive to assume they’re just being nice or that maybe you aren’t really skilled—you just got lucky.

Occasionally, this may be true, but for the most part you earn the praise you receive. Don’t talk yourself out of believing it. Instead, recycle it into confidence. You did a fantastic job on your project at work; that means you can do it again. You had an amazing performance; that means you can trust you’re talented.

Other people want you to succeed. Now you just have to believe them when they show you you’re worthy.

8. Practice confidence.

It can be practiced—and with that practice you will get better. ~Jacqueline Wolven

Like anything else in life, your confidence will improve with practice. A great opportunity to do this is when you meet new people. Just like if you were the new kid in school, they have no idea who you are—meaning you have an opportunity to show them.

As you shake their hand, introduce yourself, and listen to them speak, watch your internal monologue. If you start doubting yourself in your head, replace your thoughts with more confident ones. Ask yourself what a confident person would do and then try to emulate that.

Watch your posture and your tone. Hunching and mumbling will make you feel and look less confident, so stand up and speak slowly and clearly.

People are more apt to see you how you want to be seen if they suspect you see yourself that way.

You may have confidence in some areas and not in others; that’s how it works for most of us. Draw from those areas where you’re self assured.

If you feel inadequate in professional situations, recall how it feels physically when you’re confident in relationships. If you’re insecure in love, access what you feel when you’re comfortable around friends.

Above all, remember you are capable and worthy—just as much as anyone else, regardless of what you’ve achieved, regardless of what mistakes you’ve made. Knowing that intellectually is the first step to believing it in your heart. Believing it is the key to living it. And living it is the key to reaching your potential.

 

http://tinybuddha.com/blog/8-ways-to-be-more-confident-live-the-life-of-your-dreams/

 
Published : 29 April, 2015 @ 12:40 pm

o-BLACK-MILK-GUTS-FULL-570 o-BLACK-MILK-CLOSE-UP-570

Summer is a time where you can show more skin and your internal organs. Well, at least with this bathing suit you can.

Black Milk Clothing, the bearer of weird, yet awesome apparel is selling a limited supply of a swimsuit called “Dem Guts, which showcases internal organs and tissues of the human body — including the heart, lungs, large intestine and muscle tissue. This shocking piece will give wearers the opportunity to let it all hang out on the beach this summer… if you catch our drift.

As of right now, stock on the $84 (in USD) “Dem Guts” gem is pretty low and the sizes currently available are XXS and LT (Long Torso) XXS and XS. But, it’s hard not to stop zooming in on the look, even if you didn’t get the chance to grab one for yourself.

Although we definitely want to see Robyn Lawley, we would also love to see this garment in an upcoming Sports Illustrated Swimsuit Issue…

Would you ever wear this suit? Check out the disturbingly cool piece below along with customers modeling it on Instagram.

 

http://www.huffingtonpost.com/2014/05/13/dem-guts-bathing-suit_n_5316127.html

 
Published : 29 April, 2015 @ 12:28 pm

1. Keep your face clean. Whether or not you have acne, it’s important to wash your face twice daily to remove impurities, dead skin cells, and extra oil from your skin’s surface. Washing more often than twice daily is not necessarily better; it may do more harm than good. Use warm, not hot, water and a mild facial cleanser. Using a harsh soap (like deodorant body soap) can hurt the already inflamed skin and cause more irritation.

Avoid scrubbing your skin harshly with a washcloth, exfoliating glove, or loofah (a coarse-textured sponge). Gently wash it with your clean hands or a very soft cloth. Always rinse well, and then dry your face with a clean towel. (Toss the towel in the laundry hamper, as dirty towels spread bacteria.)

2. Moisturize. Many acne products contain ingredients that dry the skin, so always use a moisturizer that minimizes dryness and skin peeling. Look for “noncomedogenic” on the label, which means it should not cause acne. There are moisturizers made for oily, dry, or combination skin.

3. Try an over-the-counter acne product. These acne products don’t need a prescription. They may have ingredients such as benzoyl peroxide, salicylic acid, glycolic acid, or lactic acid, which curb bacteria and dry your skin. Start with a small amount at first. Then you can adjust how much you use and how often, depending on how much peeling or drying you have. Use these products with caution if you have sensitive skin.

4. Use makeup sparingly. During a breakout, avoid wearing foundation, powder, or blush. If you do wear makeup, wash it off at the end of the day. If possible, choose oil-free cosmetics without added dyes and chemicals. Choose makeup that is labeled as “noncomedogenic,” meaning it should not cause acne. Read the ingredients list on the product label before buying.

5. Watch what you put on your hair. Avoid using fragrances, oils, pomades, or gels on your hair. If they get on your face, they can block your skin’s pores and irritate your skin. Use a gentle shampoo and conditioner. Oily hair can add to the oil on your face, so wash your hair often, especially if you’re breaking out. Got long hair? Keep it pulled away from your face.

6. Keep your hands off your face. Avoid touching your face or propping your cheek or chin on your hands. Not only can you spread bacteria, you can also irritate the already inflamed facial skin. Never pick or pop pimples with your fingers, as it can lead to infection and scarring.

7. Stay out of the sun. The sun’s ultraviolet rays can increase inflammation and redness. Some acne medications may make your skin more sensitive to sunlight. Limit your time in the sun, especially between the hours of 10 a.m. and 2 p.m., and wear protective clothing, such as a long-sleeved shirt, pants, and a broad-brimmed hat. Whether you have pimples or not, always apply sunscreen with SPF 30 or higher at least 20 minutes before sun exposure. Look for “noncomedogenic” on the sunscreen label to make new pimples less likely. Read the ingredients on the product label to know what you’re putting on your skin.

8. Feed your skin. Most experts agree that certain foods, like chocolate, don’t cause pimples. Still, it makes sense to avoid greasy food and junk food and add more fresh fruits and vegetables and whole grains to your diet.

9. Exercise daily. Regular exercise is good for your whole body, including your skin. When you exercise, avoid wearing clothing or using exercise equipment that rubs your skin and may cause irritation. Shower or bathe right after exercise.

10. Chill! Some studies link stress with the severity of pimples or acne. Ask yourself what’s making you feel stressed. Then look for solutions.

When in doubt, check with a dermatologist to see if you need more treatment to prevent or stop acne.

 

http://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/teen-acne-13/10-tips-for-preventing-pimples

 
Published : 29 April, 2015 @ 12:16 pm

Style-strategies-for-women-with-small-breasts

“Look Mummy, now I’ve got boobies too!” said Molly bounding out of her pink fairy-land of a little girls bedroom. She was wearing her teeny bikini and had clumsily jammed two rolled-up socks  behind each triangle. “But, why don’t they look like yours?” she asked, confused.

My friend Rachel was regaling me with this tale over a glass of crisp New Zealand Sauv Blanc and a shared mezze platter recently. She continued, cringing at the memory: “I suggested she try a little less sock. And perhaps something softer.”

Seven minutes and a number of different bra-stuffers later, her Molly was happily dancing around the kitchen with just two crumpled tissues propping out her bikini top. “See, I’m just like Mummy!” she squealed with glee.

If you’ve been navigating your way through womanhood with small breasts, you’ve probably found that they’ve become smaller, flatter, and maybe even saggier after having babies, especially if you’ve breastfed. If that’s you, here are 7 ways to maximise your assets that’ll have you dancing ‘round the kitchen too.

 

1. Fancy up your rack

Tops or dresses with ruffles, frills, pleats, pockets, zips or embellishments placed in the chest area will add the illusion of size to your chest  They’re also perfect for days you’re feeling too lazy to accessorize.

 enhance small breasts by wearing a top with ruffles

2. Flash your other erogenous zones

Shoulders and backs are sexy, so get them out there! Halternecks and one-shoulder tops reveal a smooth expanse of skin, while backless or cut-out tops and dresses give a hint of flesh without telling the whole story. And because you don’t have to fuss with a bra for support, you’ve got much more flexibility than your more well-endowed buddies.

 halterneck jumpsuit perfect if you have small breasts

Aqua Laurent Backless Halterneck Jumpsuit ASOS $206.34

 

3. Style icon-spiration

Some of the most iconic fashionistas of all time have had small breasts – think Audrey Hepburn, Jacqueline Onassis and Twiggy. And more recently, Kate Moss, Gwyneth Paltrow, Kate Hudson, Keira Knightley, and Charlize Theron. Look to them for style inspiration.

Kate Moss adds layers to flatter her chest

 Kate Moss adds layers 

4. Accessorise

A scarf looped around your neck and hanging low on your chest will add extra volume, as will a statement necklace that hangs to where your bustline begins. And if you’re going out, choose a small clutch and tuck it under your arm – it’ll add a little extra perceived weight to your chest area.

 

5. Go deep and low

Gwyneth and Kate have successfully flaunted their small chests at awards shows by wearing couture gowns featuring slashes on the front that go down all the way down to their belly buttons. But that look would be a little out of place at your local grocery store. So take a cue from a regular trick they use in their off-duty looks: a collared shirt unbuttoned deep and low. The fabric of the shirt will give your chest a visual enhancement, and the deep expanse of skin injects a little subtle sexiness. Team with a bra that has crisp clean lines to avoid entering Trashville.

 Gwyneth Paltrow nubottons her shirt low to flatter her smaller chest

Gwyneth Paltrow buttons down

6. Call in the reinforcements

Padded bras, push-up bras, and silicone ‘chicken fillets’ are your friends for those days and outfits when you feel you need something extra. Some of these will even bump you up another two sizes!

 

7. Crew or Boat Necks

A higher neckline will draw attention toward your neck and face, whereas a V-neck will draw attention to your chest. Be inspired by Jacqueline Onassis’ signature shifts, short-sleeved tops and turtlenecks.

kennedy_jackie_onassis

The classic style of Jacqueline Onassis

 

 

So what happened with my friend Rachel? Last time we spoke, she was considering breast enhancement – and she’s not alone in her thinking.

A study by mamamia revealed that 48% of women would have a cosmetic procedure if money wasn’t an issue, and 22% would choose to have a breast enlargement.

If you’re considering surgery to go up a size or two, check out this chat with a mother of four who opened up to Fox in Flats about her post-baby boob job.

Looks like little Molly may be able to stuff her bikini with socks one day after all.

 

http://www.foxinflats.com.au/2013/01/small-breasts/

 
Published : 29 April, 2015 @ 11:58 am

670px-Dress-Like-a-Celebrity-Step-1

Have you ever wondered how Mary-Kate, Kirsten, Nicole, and Lindsay look ridiculously good even when running small errands like grabbing coffee? It’s not by accident. Celebrities carefully craft their style and appearance to maintain their public image at nearly all times. If you’re enamored with the glamorous world of Hollywood celebrities, look no further – you can dress like a celebrity too!

Read More : http://www.wikihow.com/Dress-Like-a-Celebrity

 

874058-topic-1430277592-1p

ช่วงนี้กระแสเที่ยวแบบ Backpacker มาแรงสุด ๆ สายการบินแต่ละเจ้าต่างแข่งกันออกโปรโมชั่นมาให้เลือกกันเยอะมาก เชื่อว่าหนุ่มสาวมือใหม่หัดเที่ยวเองบางคนคงจะงงกับการจองตั๋วเครื่องบิน ใครมีปัญหาที่ว่านี้แนะนำให้อ่าน Lisa รับรองได้ตั๋วถูกแน่นอน

เช็กโปรโมชั่นในเว็บสายการบินต่าง ๆ

ในหน้าเว็บไซต์ของสายการบินแต่ละเจ้าจะมีแบนเนอร์โปรโมชั่นอยู่ เราสามารถคลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดต่าง ๆ พร้อมจองตั๋วเครื่องบินได้ทันที แนะนำว่าให้เทียบโปรโมชั่นกันหลาย ๆ สายการบินก่อนตัดสินใจจอง แนะนำให้ตามแฟนเพจของสายการบินต่าง ๆ ไว้ด้วย เวลามีโปรโมชั่นมาใหม่ เราจะได้ไม่พลาดตั๋วราคางาม

เปรียบเทียบราคาในเว็บเอเจนซี่

เว็บเอเจนซี่จะขายตั๋วเครื่องบินของหลายสายการบินทำให้เราเปรียบเทียบราคา ของแต่ละเจ้าได้ อีกทั้งยังจองแบบขาไปขึ้นเจ้าหนึ่ง ขากลับขึ้นอีกเจ้าหนึ่งได้ด้วย ที่สำคัญบางเอเจนซี่มักจะมีโปรโมชั่นขายตั๋วถูกเช่นกัน มีแบบโปรฯ ตั๋วเครื่องบินอย่างเดียวและโปรฯ ตั๋วพ่วงที่พัก (อย่างเช่นโปรฯ ของ Expedia, Airasiago เป็นต้น) ซึ่งในส่วนของของโปรฯ อย่างหลังราคาจะเป็นไปตามเกรดของที่พัก แต่จะมีทริคเล็กน้อยสำหรับคนที่อยากได้ตั๋วถูกหรืออยากพักที่อื่น ให้คลิกที่ “ฉันต้องการโรงแรมสำหรับบางส่วนของการเดินทางเท่านั้น” แล้วเลือกวันพักแต่ 1 วัน เท่านี้เราก็จะได้ราคาตั๋วที่ถูกที่สุดแล้วสำหรับเอเจนซี่ที่แนะนำ ได้แก่ Expedia, Skyscanner, Cheaptickets, KAYAK

ส่องเพจ หาตั๋วราคาถูก

พวกเพจบอกต่อโปรโมชั่วตั๋วเครื่องบินราคาถูกใน Facebook อย่างเพจ Ar-pae.com, Thaiskyticket ตั๋วเครื่องบินราคาถูกออนไลน์, Promction2U, ติดโปร-PRO Addict ฯลฯ แนะนำให้กดไลค์และ Get Notification กันไว้ เพราะเพจเหล่านี้เปรียบเหมือนเป็นสายลับ สายสืบ หาตั๋วราคาถูกให้เรา รวมถึงเพื่อนที่เป็นแฟนเพจจะช่วยกันแนะนำเทคนิคและวิธีการจองอย่างไรให้ได้ ตั๋วถูกกับมือใหม่หัดจองอีกด้วย

อีกเว็บไซต์ที่ไม่ควรพลาดคือห้อง Blue Planet ในเว็บไซต์ Pantip.com ในนี้ข้อมูลเพียบ ทั้งผู้ที่มากระซิบโปรฯ ตั๋วถูกและรีวิวการเดินทางต่าง ๆ เป็นขั้นตอนพร้อมรูปภาพ อ่านปุ๊บเข้าใจปั๊บ

หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเทศกาล

การเดินทางในช่วงหยุดยาว นอกจากราคาตั๋วที่พุ่งปรี๊ดจนน่าตกใจแล้ว ราคาที่พัก รถเข่ายังสูงตามขึ้นไปด้วย จะดีกว่าไหมถ้าลองเลือกวันเดินทางให้เร็วกว่าสักนิด กลับเร็วขึ้นอีกหน่อย หรือเลือกใช้วันลาพักร้อนเพิ่มเติม นอกจากจะได้ตั๋วถูกแล้วยังไม่ต้องมานั่งปวดตัวกับการแย่งที่กินที่เที่ยวกับ คนอื่น ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกเดินทางช่วง Low Season คุณจะได้ตั๋วเครื่องบินราคาถูกกว่าช่วงอื่น ๆ แน่นอน

แพลนวันหยุดก่อนจองได้ตั๋วถูกแน่

เปิดปฏิทิน การันหยุด ส่งใบลาพักร้อนให้เจ้านายซะเนิ่น ๆ ดีกว่า Skysconner เว็บเอเจนซี่ชื่อดังเผยถึงช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการจองตั๋วเครื่องบินเพื่อ ให้ได้ตั๋วราคาประหยัดคือ การจองตั๋ว 17 สัปดาห์ล่วงหน้า เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการจองตั๋วสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย การที่เราทากรบ้านและแพลนวันหยุดยาวล่วงหน้านั้นนอกจากจะได้ตั๋วราคาถูกมา นอนกอดให้อุ่นใจ มีเวลาสะสางงานที่ยังคั่งค้าง แถมยังช่วยให้มีเวลาในการหาข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมอีกด้วย

 

http://board.postjung.com/874058.html

 

 
Published : 28 April, 2015 @ 4:53 pm

145057058

So you’ve slept through your alarm clock and you have 30 minutes to get ready. We’ve all been there before and we’ll all be there again, but your morning makeup routine doesn’t have to suffer just because you chose a little extra sleep. While getting ourselves ready in the morning can sometimes be a tedious task, there’s no reason why you shouldn’t have everything you need to look your best every day.

Creating patterns that are simple are the easiest way to ensure you get it all done in little to no time at all. Here are my top 5 morning makeup habits that will leave even the sleepiest of gals looking fresh:

1. Organize Your Key Products: While organizing your makeup is essential to keeping tabs on all you own, your every day makeup should have a separate place so that it’s easily ready for you when you need it. Section out all the core products you use every day and keep them in makeup bag along with your staple brushes. This way, if you’re in a hurry you know exactly where everything you need is. Some key items to have ready are BB or CC cream, blush, bronzer, mascara, and concealer.

2. Always Moisturize: Always. Getting into the habit of moisturizing in the morning is the best thing you can do for your skin to keep it glowing all day. If you’re in a huge rush, apply a tinted moisturizer as foundation and add a small amount of liquid illuminator. This will give you the hydration you need and instantly brighten your skin, especially if it’s tired or dull looking.

3. Opt for Neutral Lips: Skip the red lipstick on days you don’t have much time to get ready, and go with a more natural looking lipstick or balm. When wearing a bold color, you need to make sure the lines are perfect and the shape is just right. When wearing more natural colors, you can skip the liner and blend quickly with your finger.

Top Product Picks: NYX Butter Lipstick in “Snow Cap”, Laura Mercier Lip Glacé in “Bare Pink”, Tarte Glamazon Pure Performance Lipstick in “Pure”

4. Curl Your Lashes: Curling your lashes gives you the volume you need when you apply mascara. If you don’t have enough time to apply eyeliner, you can skip that step and make sure you apply a few coats of mascara instead. Curling your lashes will ensure that your eyes appear more awake, and applying mascara is the easiest way to instantly brighten eyes.

5. Set it: Use a makeup setting spray for facial hydrating mist to set your makeup and help calm any redness in the skin. This is a great way to add extra anti-oxidants and essential oils to the skin that will keep it glowing all day long.

Top Product Picks: Avon Makeup Setting Spray, Urban Decay Chill Makeup Setting Spray, Caudalie Beauty Elixir

Don’t let late mornings ruin your makeup routine. With these simple tips you’ll be able to create beautiful makeup in little to no time at all, and you might just find yourself waking up right on time!

 

http://makeup.about.com/od/How-To/fl/5-Must-Have-Morning-Makeup-Habits.htm?utm_source=zergnet&utm_medium=tcg&utm_campaign=zergnet-test-409369

 

4615

หลังจากที่มีมิจฉาชีพหัวใสหลอกทำกราฟฟิคหลักฐานการโอนเงินผ่าน ทางออนไลน์ ทำให้เหล่าพ่อค้า-แม่ค้าในอินเตอร์เน็ตนั้นเสียรู้เหล่ามิจฉาชีพนี้กันนับ ไม่ถ้วน! 

 

โดยเฟสบุ๊คของอดีตนักร้องดังเชน ธนา ได้โพสต์ภาพหลักฐานการโอนเงินแบบออนไลน์ เปรียบเทียบให้เห็นกันอย่างชัดเจน ระหว่างภาพของจริงและของปลอม(ในกรณีนี้เป็นภาพเปรียบเทียบการใช้แอพพลิเค ชั่นของธนาคารกสิกร) ซึ่งจุดที่สังเกตได้ชัดนั้นจะมีอยู่ 3 จุดใหญ่ๆ นั่นก็คือ 

 

1. คำว่า “โอนเงินผ่าน K-Mobile Banking Plus” ภาพหลักฐานของจริงนั้นตัวหนังสือจะมีความหนากว่าภาพกราฟฟิคที่ทำขึ้นเอง
2. ภาพโลโก้ธนาคาร วงกลมสีเขียวด้านนอกนั้น ภาพหลักฐานของจริงจะมีสีที่อ่อนกว่า ภาพกราฟฟิคที่ทำขึ้นเอง 
3. ภาพหลักฐานการโอนเงินของจริงนั้นด้านหลังจะมีภาพลายน้ำของธนาคาร และพื้นสีที่ไล่น้ำหนักเป็นสีเทาเข้มไปอ่อน ในขณะที่ภาพกราฟฟิคทำขั้นนั้นไม่มี จะเป็นเพียงภาพพื้นขาวธรรมดา 

 

ทั้งนี้ขอแนะนำว่า ถ้าจะให้ดี มั่นใจว่าเราได้รับการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเราจริงๆ เราควรจะมีการตรวจสอบยอดเงิน หรือสมัครบริการเสริมของทางธนาคารเช่น การแจ้งธุรกรรมทางการเงินผ่าน SMS เพื่อที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้อีก

 

It’s pretty clear that the phenomenon of street style is here to stay. Just one quick pass in front of Lincoln Center during New York Fashion Week, and you’ll witnesses hoardes of preening style-setters getting snapped by international photographers.

Not that we’re complaining: Trolling gazillions of street style blogs to check out on-the-go style of models, editors, stylists and other It-personalities has become something of a hobby, cultivated on a daily basis.

For the uninitiated (or street style-curious) out there, we’ve pulled together a guide (in no particular order) to 25 of the best street style blogs to bookmark (and visit daily) from established sites like The Sartorialist and Street Pepper, to lesser-known but equally inspiring blogs from around the world.

1. The Sartorialist

The blog that started it all, Scott Schuman’s wildly popular site launched in 2005 and has been steadily growing since then. Schuman—who was lauded as one of the Time magazine’s Top 100 Design Influencers—often snaps well-dressed denizens throughout New York and Europe, and posts thoughtful, interesting photos. You won’t bait Schuman by by wearing wild outfits or head to-toe labels—his subjects tend to be rather restrained and organically stylish.

sart3 The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now

2. Street Peeper

One of the most influential street style photographers, Phil Oh’s site features a perfect blend of the street style “in crowd” (Elena Perminova, Miroslava Duma, Susie Bubble, Elisa Nalin, etc) and lesser-know but equally as captivating people throughout New York, Paris, London, Sydney and Milan.

streetpeeper The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now

3. Stockholm Street Style

A packed-to-capacity street blog featuring young, attractive, and amazingly well-dressed folks from Stockholm and beyond.

stockholm The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now

4. Le 21ème

Photographer Adam Katz Sinding has made it clear that this is not your average street style blog, but rather a photo-journalistic view into the daily world of fashion from cities and Fashion Weeks around the world. All true, and the original images are captivating, high-quality, and inspiring.

 The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now

5. Altamira

A blog specifically dedicated to images of models off duty.

 The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now

6. Tommy Ton

One of the foremost street style photographers, Ton is known for his high-gloss, detailed, aspirational shots of influential industry people. Apart from his own blog, his work can also be seen on Style.com during international Fashion Weeks.

 The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now

7. Face Hunter

In addition to capturing stylish people in cities like Paris and New York, photographer and author Yvan Rodic also snaps in far-flung locales such as Kuala Lampur, Bangkok, and Oslo.

facehunter The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now

8. Mr. Newton

An engaging look at cool people, Mr. Newton’s site describes his shooting style as:  “Accessible but aspirational is often what I’m going for—the cool girls and styling assistants who mix Alexander Wang with vintage with Topshop with something they made themselves. The girls who realize that the glue that pulls an outfit together is often just confidence and attitude.”

mrnewton The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now

9. Candice Lake

Australian-born Lake is a London-based photographer, blogger, model and Contributing Style Editor at Vogue, and her work—namely her wonderful portraits—showcases her industry savvy.

 The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now

10. Hel Looks

Started in 2005, this cool street style blog documents individual, unique, interesting fashion from the streets of Helsinki.

  The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now

Photo via Hel Looks

11. Style Arena

If you love Tokyo fashion, this site is a must-read. Administered by the Japan Fashion Association, the site breaks down style by region (Harajuku, Shibuya, Ginza, etc.) and also subcategorizes certain looks according to trend  (sunglasses, stripes, women in eyeglasses, etc..)

12. Streetgeist

This edgy blog started in Athens, Greece in 2008 as a street portrait project by two friends, and relocated to L.A. in 2010, where it captures cool Californians.

Streetgeist

13. All The Pretty Birds

Started by Milan-based fashion editor Tamu McPherson (she currently oversees Grazia’s style coverage), this playful blog regularly highlights major editors, bloggers, and insiders, but never takes itself too seriously. It’s worth noting that McPherson herself has become a street style star in her own right, often snapped on other blogs while she’s shooting for her own. Meta!

 The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now

14. Where Did U Get That: Street

Personal style blogger Karen Blanchard decided to start her own street style site set around New York City, and while it’s not updated as often as her own blog, it’s certainly worth checking out.

 The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now
Photo via Where Did You Get That Street

15. Stil in Berlin

A Berlin-based blog that covers the city’s street style scene, as well as local food, culture, art, and home decor.

ber;lin2

16. The Locals

Formerly Copenhagen Street Style, this revamped blog captures fashion on the streets of Copenhagen and the rest of the world by photographer Søren Jepsen.

 The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now

17. Styleclicker

This blog features captivating (and totally inspiring) close-up portraits of style setters entirely in black and white.

 The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now

18. Easy Fashion Paris

The name pretty much sums it up—this blog features beautiful photos of chic ladies and gents in the City of Lights.

 The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now

19. Fashion Junk

A blog entirely dedicated to the Hamburg street style (and it’s all written in German, too.)

 The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now

20. Kingston Style

Cool fashion from the streets of Kingston, Jamaica.

 The Best Street Style Blogs: 25 Inspiring Sites to Bookmark Now

 

 
Published : 28 April, 2015 @ 3:14 pm

Following these natural home remedies will get you baby soft, smooth and beautiful feet quickly and easily. These days we people work too much and do not have much time to maintain their hands and feet but if you follow some simple steps everyday you can get soft and beautiful feet.

Use-a-foot-scrub

www.beautystat.com

Wash your feet daily. First step to have soft feet is to wash your feet nicely, cut your nails properly specially of toes and clean your nails. Make sure you have clean feet.

Get rid of dead skin on feet. One should get rid of his/her feet’s dead skin because it makes you legs look bad. You can exfoliate feet by following these two ways.
One is to file off dead skin with the help of scrubs etc.
Another is to fill a bowl of warm water and dip your feet in and relax until all your dead skin is removed. This step makes our feet smooth and clean.

Massage your feet and apply lotion. Once you have removed your dead skin than you must massage it properly and apply any lotion or moisturizer like vaseline, petroleum jelly etc on feet and then cover it by socks and then go to bed.

In the morning when you get up remove the socks and wash your feet to get rid of excessive lotion and then notice your feet. You will find that feet skin has become ultra soft. Follow this step in alternate days to makes your feet your smooth and silky.

For women to make your feet look more attractive, you can apply some nail polish according to season colour.

Now these are the basic steps, one can follow every day and get soft and attractive feet as you want.

To follow these above steps you’ll need following things like vaseline petroleum jelly or any lotion of your choice, a pair or two of socks, scrub to remove dead skin and a bowl with warm water.

Take some aloe vera gel and rub it gently to your feet. Anti oxidants and moisture present in aloe gel will soothe your skin and make it ultra soft.

Take honey and add lemon juice to it. This mixture helps to remove dead skin cells from feet and provide lots of moisture. Follow this remedy twice a week for getting beautiful feet. One can also add honey to milk and keep feet in it for 10 minutes daily for getting rid of dry and crack feet.

Daily massage olive oil or coconut oil to feet. These oils contain vitamin E and other helpful natural extracts that makes skin soft.

 

http://www.caretricks.com/skincare/home-remedies-for-soft-and-smooth-feet/

 

teethsmile-235x147

No one wants a yellow smile, but if you’ve paid attention over the last several years, smiles have gotten whiter and whiter. It’s not completely unusual these days to see a celebrity, newscaster, or other person overly-concerned with their appearance, to have teeth so white it’s completely distracting. Do you want a smile that “lights up the room”? No matter how white you want your teeth, there are plenty of natural teeth whitening home remedies for a beautiful smile. What’s more, teeth whitening at home is super easy.

Teeth discoloration is part of the aging process. But just like wrinkles, many people fight it. While you can expect your teeth to change a little over the years, there are things you can do to avoid stains and embarrassing discoloration—and fortunately, these natural teeth whitening home remedies solutions don’t require hundred dollar bleaching trays, dentist visits, or unknown chemical solutions.
7 Natural Teeth Whitening Home Remedies –

Teeth Whitening at Home Made Easy See More http://naturalsociety.com/natural-teeth-whitening-home-remedies/

 

YouTube Preview Image

 

เรามาดูปริมาณน้ำตาลทรายในแต่ละผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ดังๆ ขายดี และมีจำหน่ายในท้องตลาด…ในขณะที่ค่าเฉลี่ยการกินหวานของคนทั่วโลกอยู่ที่ 11 ช้อนชาต่อคนต่อวัน และปริมาณน้ำตาลระดับพอดีๆ ที่ร่างกายรับได้ในแต่ละวันนั้นอยู่ที่ 6 ช้อนชา ต่อคนต่อวัน!!!

มาดูกันดีกว่าว่าเครื่องดื่มที่เราดื่มกันเป็นประจำทุกวันนั้นมีน้ำตาลผสมอยู่กี่กรัม!!

 

1

2

3

4

5

6

7

8

9

 

 

www.postjung.com

 

 

1309780560girlysocietycom1

1) อายุ ที่เหมาะสม ในการผ่าตัดหน้าอก อายุ ขั้นต่ำที่จะทำ การผ่าตัดเสริมหน้าอก ได้ คือ อายุ 18 ปี ขึ้นไปค่ะ อายุน้อยๆ กว่านี้ คุณหมอที่ดี จะไม่แนะนำ ให้ผ่าตัดแน่นอน เพราะร่างกาย ยังเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ เรายังมี โอกาสที่ หน้าอก จะ ขยายใหญ่ขึ้น ได้เองด้วย วิธีธรรมชาติ เพราะ ฉะนั้น ไม่ต้องรีบร้อน ไปทำหน้าอก หรอกค่ะ สำหรับ แต่ถ้าจะให้ดี รอให้ อายุ 22 ปี ขึ้นไปดีกว่าค่ะ เป็นอายุที่เหมาะสมที่สุด ที่ สามารถ ทำหน้าอก ได้  เพราะ ร่างกายเรา โตเต็มที่แล้ว

 

2) เฟ้นหา มืออาชีพ ที่ผ่าตัดหน้าอกเก่งที่สุด ก่อน กระโจนเข้าไป ใน สถาบัน เสริมความงาม ที่ไหน (เพราะเข้าไปแล้ว โดนกล่อม จนอยู่หมัดทุกรายไป) เลือกคุณหมอที่น่าเชื่อถือได้  ในสถาบันที่น่าเชื่อถือ เพราะผิดพลาดไปแล้ว แก้ยังไง ก็ไม่เหมือนเดิมนะค่ะ ควรเฟ้นหา คุณหมอ หรือ สถาบันเสริมความงาม ที่เป็นมือโปร มีประสบการณ์การผ่าตัดเสริมหน้าอก มาหลายๆปีจากสอบถามจาก ผู้ที่ เคยผ่าน การผ่าตัดเสริมหน้าอก กับ เค้ามาโดยตรง แล้วจะดีที่สุด อย่าได้ไปหลงเชื่อ โฆษณา หรือ profile ที่เค้าเตรียมไว้เลยนะคะเพราะ เค้าลงทุนไปหลายแสน เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือทีสุดอยู่แล้ว ควรจะ สอบถามซัก 2-3 คน ที่มี ช่วงเวลาผ่าตัด ห่างๆกันด้วยค่ะ เช่น 3-6เดือน 1 ปี หรือ 3 ปี ขึ้นไป เพื่อ ดู ผลข้างเคียงระยะยาวด้วย

 

 

 

3) ข้อดี และ ข้อเสียของ การทำหน้าอก ศึกษา ข้อดี ข้อเสีย ของการทำหน้าอก ให้ดีก่อนค่ะ เหรียญยังมีสองด้าน ของทุกอย่าง มีทั้ง ด้านบวกและลบ มองแต่แง่ดีโดย ลืมข้อเสีย ของมันเด็ดขาด ลองเอามาชั่งน้ำหนักดูค่ะ ว่าคุ้มไม๊ กับการ ผ่าตัดเสริมหน้าอก ในครั้งนี้ เช่น

 

ข้อดีของการทำหน้าอก ข้อเสียของการทำหน้าอก
ทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้น 1-2 คัพ อย่างรวดเร็ว  ไม่ต้องรอนาน                             ต้องเสียค่าใช้จ่าย สูงมาก  และ อาจไม่ได้ผลลัพท์ที่ พอใจ
ทำให้หุ่นดีขึ้น บุคลิกดีขึ้น แต่งตัวสวย ได้ง่ายขึ้น เสี่ยงต่อการ เจ็บตัว และ ผลข้างเคียงที่จะได้รับ เช่น มีแผลเป็น แผลติดเชื้อ รูปทรงหน้าอก เปลี่ยนไปไม่เหมือน ตอนผ่าตัดใหม่ ๆ
เพิ่มความมั่นใจ ทำให้ สวยเซ็กซี่ ขึ้น เสี่ยงต่อ ความรู้สึก ของคนรอบข้างที่อาจรับไม่ได้ หรือ ไม่ชอบอะไรที่ไม่ใช่ธรรมชาติ

 

 

4) ประเภทของ วัสดุใน การเสริมหน้าอกวิวัฒนาการ เรื่องความงามหน้าอก มีการพัฒนาต่อเนื่อง อย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ มี เทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วย เสริมหน้าอก ให้สาวๆ มากมาย สมัยนี้ วัสดุ ในการเสริมหน้าอก จึงไม่ได้มีแค่ ถุงน้ำเกลือ หรือ ถุงซิลิโคน เท่านั้น แต่ยังมี อย่างอื่นอีก มากมาย ที่ สาวๆ ต้องศึกษา คุณสมบัติ ข้อควรระวัง ข้อดี และ ข้อเสีย ของมัน ให้ดีก่อนการตัดสินใจ นะคะ

 

 5) รูปทรง และ ขนาดหน้าอก สาวๆ ควรตัดสินใจ ให้ได้ก่อนค่ะ ว่า รูปทรงหน้าอก และ ขนาดหน้าอก แบบไหนกันแน่ ที่ เราต้องการ หน้าอกตามธรรมชาติ มี หลายรูปทรงค่ะ ทั้ง สตรอเบอรี่ แอ๊ปเปิ้ล มะนาว แตงโม ลูกแพร์ หรือ ทรงสับปะรด แต่สำหรับ การผ่าตัดหน้าอก จะมี แค่ 2 ทรง ยอดนิยม คือ หน้าอก ทรงกลม เหมือน ทรงแตงโม และ ทรง หยดน้ำ หรือ ทรงน้ำตาค่ะ     

 

 

 

แล้ว ขนาดหน้าอก ล่ะ เท่าไหร่ดี อย่าได้คิดว่า ไหนๆ ก็เสียเงินแล้ว เจ็บตัวแล้ว เอา หน้าอกไซท์ใหญ่ๆเบิ้ม ที่สุดเลยแล้วกัน จริงแล้ว เราควรเลือก size ให้เหมาะสม กับ สรีระเราด้วยค่ะ คนตัวเล็ก หน้าอกใหญ่ๆ ก็ไม่สมส่วน พลอยจะทำให้ การทรงตัวไม่สมดุย์ไปด้วย สำหรับ หน้าอก size ยอดนิยม ที่สาวๆ ชอบเลือก ทำศัลยกรรม หน้าอก กันมากที่สุด คือ หน้าอกคัพ C ค่ะ

 6) ผลข้างเคียงหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก สิ่งสำคัญมากๆ อีกอย่างที่มักถูกมองข้ามเสมอ และ เป็นเป็นสิ่งที่สาวๆ ควรรู้ ก่อนเข้ารับการผ่าตัดคือ ผลข้างเคียง หลังการ ผ่าตัดทำหน้าอก

 

7) รู้หรือไม่ ? หลัง การ ผ่าตัดเสริมหน้าอก เราต้อง นวดหน้าอก เพื่อป้องกันพังผืด เกาะหน้าอก ต่อไปอีก 6 เดือน และ ควรหลีกเลี่ยง การออกกำลังกาย หรือ กิจกรรมหนักๆ ที่อาจทำให้ เกิดอันตราย กับ หน้าอก เราได้ ด้วย

 

ที่มา : http://www.girlysociety.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538983341

 
Published : 28 April, 2015 @ 10:50 am

Image-1

Worst Celebrity Fashion Fails EVER

Kim Kardashian

Kim does try her very hardest to look effortlessly stylish, and on most occasions, she pulls a variety of styles off well.

But this year’s Grammys saw her make a fashion faux pas that sent her straight to the top of many worst dress lists. Renowned for experimenting with a wealth of playful looks, Kim stepped out wearing a floor length Jean Paul Gaultier robe that screamed look at me, but it was a step to far.
Who wears a robe to a major awards ceremony?

 

Image-13-

Madonna

Madonna is renowned for wearing outfits that can only be described as somewhat age inappropriate.

When she rocked up to this year’s Grammys wearing this Givenchy Couture number, it instantly earned her a spot on many fashion publication’s worst dress lists.

Always one to experiment with fashion, Madonna is the queen of sporting cheap looking outfits that look like they have been picked up from a fancy dress shop rather than a high end designer, agree?

 

Image-1-1

Miley Cyrus

Having shot to fame as one of the most recognisable Disney stars in the world, Miley Cyrus is famous for her role as Hannah Montana, her successful music career, and now her interesting choice of fashion.

There’s not a week that goes by when the star isn’t pictured sporting a catalogue of weird and wonderful, eye popping outfits that never fail to shock or surprise.

From tiny provocative leotards, shorts and bra-lets through to transparent tops that feature controversial slogans and images, this star leaves nothing to the imagination.

Once a fresh faced teenager and a role model to thousands of young, impressionable teens, Miley is now making the headlines for all the wrong reasons. We hope this is simply a cry for attention and not a sign that Miley is going off the rails like many young stars before her. Cover up Miley!

 

 

Image-2-2

Lady Ga Ga

Next up is another singer that pushes the boundaries of conventional fashion to get our attention.

One of her most famous fashion fails was when she sported a dress made entirely from raw meat at the 2010 MTV Video Music Awards. Draped from head to toe in raw beef, the controversial outfit aimed to send out a message about animal rights but in our eyes it was massively inappropriate.

But her iconic dress sense has earned her criticism in the past, as she continues to sport bizarre outfits that never fail to leave a lasting impression. Shock tactics or just down right disturbing, Lady Ga Ga has proven that she isn’t afraid to do what she wants, wear what she wants, and say what she wants!

 

Image-3-2-1024x535

Amber Rose

It’s not unusual for celebrities to step out onto the red carpet sporting outfits that leave nothing to the imagination but this has to be a step to far, right?

This dress, which Amber Rose stepped out in for the VMAS, screams “Look at me!” (if you can call it a dress that is!). The over the top, draped body chain is simply absurd and certainly not for the faint hearted.

We have a funny feeling that this fashion fail is going to be appearing on many worst dressed lists for years to come.

 

Image-4

Lupita Nyong’o

The Oscars season always brings its fair share of fashion fails, many of which go down in history. It’s the one time of the year when A-list celebrities spend weeks at a time searching for that perfect dress that will wow the waiting paparazzi and the rest of the world. How on earth do they get it so wrong?

Even fashion icons such as Lupita Nyong’o can have their moments. After a long stint of sporting fashion forward gowns earned her recognition from some of the world’s biggest influential fashion publications, we have no idea what she was thinking when she turned up to the Oscars wearing, what can only be described as, a ridiculous green chained dress. Complete with billowing green feathers, matching shoes, and a bizarre Indian headband, she certainly got our attention for all the wrong reasons on this occasion.

 

 

Image-5-2

Helena Bonham Carter

Having earned a reputation as being a bit of an odd ball, Helen Bonham Carter is a familiar face on many worst dressed lists around the world.

Yes, fashion should be fun but her approach to making a statement sometimes leaves us lost for words – literally. It’s not so much the dress that bothers us on this picture, it’s the odd shoes! Whether it was an attempt to be cool or, in some way, a trend setter, we think it’s just plain bonkers, or is that just us?

 

 

2014 MTV Video Music Awards - Press Room

Katy Perry

Anybody who knows the slightest thing about fashion will understand that double denim is an absolute no go area, right?

Worn by Justin Timberlake and Britney Spears many moons ago, it was hideous then and it’s still hideous now… so, when Katy Perry stepped out in this awful strapless denim patchwork dress at the MTV video music awards, we couldn’t help but cast our judgemental eye. The addition of the stud detailing and matching bag also did her absolutely no favours. What on earth were you thinking Katy?

 

Image-7-2

Cher

Now we’re taking you way back to 1986, when some of our favourite celebrities’ choice of attire was just as scary as it is now…

With a gigantic punk style hairdo, an elaborate cape, and cage style bra-let, we have absolutely no idea what could have possibly been running through Cher’s head when she stepped out in this costume at the 1986 Oscars… an exhibitionist at heart, we certainly feel sorry for whoever had to sit behind her during the ceremony.

 

Image-8-3

Celine Dion

When celebrities take fashion into their own hands and put their own individual stamp onto an outfit – this is the result…

You don’t need glasses to see what is wrong with this outfit. Celine Dion ruined a perfectly reasonable two-piece suit, by bizarrely deciding to wear the suit jacket back to front when she attended the Oscars back in 1999. This dysfunctional look was far from attractive … and don’t get us started on the addition of the white hat! We’re sure this is an outfit that Celine regrets.

 

http://dailyedition.press/15-worst-celebrity-fashion-fails-ever

 

 

 

 

Where does she have such a crazy idea? Actually, she started the surgery in 1999. You should know that she is the former wife of a billionaire. Alec Wildenstein was her ex husband and had died a few years ago. When she was divorced, she took the opportunity to do the sensational operation to her face.

Catwoman-Plastic-Surgery-Before-and-After

plastic-surgery-catwoman

Indeed, it was the craziest idea you can imagine. While you also must have felt that it would create a bad experience in the old days. At first, she looks exotic and sensual. Some years, she can still look extraordinarily wild and untamed style but we cannot deny the risks of age. It goes on her now. If you are looking for her pictures on the internet, you will find a lot of awkwardness on her skin. Currently, she is 73 years old. You can imagine that she has become a grandmother. What’s better than enjoying the rest of your life and live a life around? Apparently, she prefers the life of the party, and increasingly keen to do another surgery. You could say that it is not real life. But that’s what she lived this long with what she believed.

Unfortunately, she could appear remarkable with regard to risk. Perhaps, there are some factors that cause her crazy decisions over her face. Meanwhile, it has actually been able to know of the risk at the time of old. Currently, you may only be seeing a terrifying figure as a result of catwoman plastic surgery.

http://www.doctoe.com/health-news/the-sensational-catwoman-plastic-surgery-jocelyn-wildenstein-20140819160/

 

Asperger syndrome is a disorder on the high-functioning end of the autism spectrum. As a result, Joey hated physical contact, and couldn’t stand to be hugged or kissed. His mother, Amanda, thought she would go her entire life without embracing her son.

Then, a few months ago, Joey made a new friend. She was short, furry, and named Roxy. Joey was so excited to bring Roxy home, he did something unthinkable: He gave his mom a big, spontaneous kiss on the cheek.

cddde1d57b8b701c7cdb99c6782679d8_650x

“I get emotional thinking about it,” Granados told TODAY.com. “For all those years, he wouldn’t hold my hand, he wouldn’t hug me — it was all part of the autism — but this dog has taught him how to give and show affection. He holds my hand now! He hugs me! The first time I got a kiss on the cheek was when Roxy came home.”

Joey, now 14, explains how Roxy, a pit bull terrier, changed his life.

 

“I didn’t have too many friends growing up, but then we got Roxy and I’ve been able to make friends ever since,” Joey said. “At home, I’ve been able to hold my mom’s hand, kiss her, hug her and do a lot of things that I hadn’t been able to do growing up.

While each case is different, there’s a growing pool of research that shows animals like Roxy might be the key to helping autistic children like Joey overcome social barriers.

“Children with autism may especially benefit from interacting with dogs, which can provide unconditional, nonjudgmental love and companionship,”” said Dr. Gretchen Carlisle, a research fellow with the Research Center for Human-Animal Interaction at the University of Missouri College of Veterinary Medicine.

 

Roxy and Joey are an amazing story of how saving a shelter animal can impact our lives in ways we never even imagined, and we wish them both the very best.

 

http://distractify.com/beth-buczynski/joey-roxy-giant-hugs/

 
Published : 27 April, 2015 @ 4:57 pm

meas2www.tuvayanon.net

Increasing numbers of people, particularly women, are unhappy with the size of their calves and are many are seriously considering calf reduction surgery. However, there are other, less invasive, means than calf reduction to slim down calves. Find out what causes large calves and what you can do to lose weight and slim calves.

TO SLIM DOWN CALVES:

1. Keep your heels down and avoid walking on the ball of your foot.

2. RUN to slim calves and reshape legs.Running is a powerful tool that allows you to slim down your legs and calves. Think about the physique of short- and long-distance runners. Endurance runners usually have thin legs, as opposed to sprinters who have very well developed calves and thigh muscles. Sprinting develops the calves, but endurance running does not and will in fact slim down calves. Run slower, but for longer distances (endurance running). To slim down your legs, slim thighs and calf muscles, do endurance cardio with little to no resistance. That means running on flat terrain when outdoors or keeping the resistance/ incline low on the cardio machines in the gym. This will slim down your legs and slim down your calves, while keeping your legs firm and shapely. Endurance running can reduce the size of the actual calf muscle and reduce the fatty tissue around it (and everywhere else), that is making the calf look bulky. Put simply, it helps you lose fat from calves and it helps reduce muscle mass.

3. Avoid activities that primarily call for strength, power and speed from your legs muscles, as they will create bigger bulkier muscle. For example, short intense cardio workouts, workouts that require strength and exercises that involve resistance, incline or going up hills. Steep inclines on the treadmill particularly and hill running will develop calves and make big calves even larger.

4. Avoid high-impact jumping movements, such as rope jumping. Swimming, walking, cross-training and the elliptical trainer are great to slim down calf muscles. The elliptical trainer is an excellent tool for low-impact cardio. However, keep the resistance on the low. Instead of burning calories by increasing resistance, exercise for longer periods. Walking slims down the lower legs as it lengthens the muscles between the back of the knee and the ankle.

5. Avoid the step machine and other types of climbing exercises, as these type of exercises target the calf muscles to increase size. Remember, your goal is to lose bulky calf muscle, i.e. to slim it down, not make to big calf muscles bigger.

6. Resistance Training. You can either avoid training this area completely or if you prefer use light weights and high reps. Resistance exercises that target the calf muscles will tend to increase the size of the calf muscle – not slim down calves.In other words, resistance training is more likely to give you big calves, than make your calves smaller. Remember there is no such thing as spot reduction. If you need to lose fat around your calf muscles you can only do so through diet, cardio or even liposuction of calves. But you cannot do exercises that will reduce the fat around the calf muscles alone.

7. Stretching makes big muscles appear longer and leaner.Stretching lengthens bulked-up muscles. You could try stretching classes, yoga or Pilates. A great stretching exercise for the calf muscles is a wall push-up. Stand with your front foot approximately one foot from a wall and your back foot about three feet from a wall. Your back leg should be straight, the front leg bent and your hands resting against the wall, while you lean forward. Your feet should be pointing straight ahead and your heels on the ground. Hold for 15 – 30 seconds, switch legs and repeat. You should feel the stretch in the back of your leg. This stretching exercise should help lengthen calves.

8. Pilates is an excellent tool to shape and elongate your calves, legs and body.

9. Ankle circles moves:Sit on a chair, with your back straight and firmly against the back of the chair. Slowly circle your left foot clockwise. Do this six times. Then repeat counter-clockwise six times. Repeat the exercise with the right foot.

10. Find out the causes of big calves:Find out why you have large calves and address the cause.

12. Learn about how to slim down legs.

13. VISUAL IMPACT. Check out Visual Impact for Women (there’s also Visual Impact for Men). If you need to reduce inches – fat or muscle – or feel you are overly muscular it is certainly is worth investigating. The author tackles the issue of wanting to get fit and lean without getting big or bulky head on. The program specifically addresses the problem of being overly muscular and takes it seriously; offering a strategy that encompasses diet, cardiovascular exercise and resistance training aimed at reducing – not gaining – inches. In chapter 1 the author has this to say:

“Sick of hearing that it impossible for you to gain too much muscle because you don’t have enough testosterone? I will discuss that and other myths told to women on a consistent basis.” Visual Impact for Women  also has solutions on how to decrease muscle mass, if you feel you are too bulky. Here’s a description from one of the chapters (Chapter 19: How to Lose Muscle Mass on Purpose) of Visual Impact for Women:

“Legions of women have muscular thighs and calves that they would like to make slim and defined. This is common especially with women who have been given poor training advice. Despite this being a taboo subject, I’m going to give you a strategy that works.

 

http://www.superskinnyme.com/how-to-slim-calves.html

 
Published : 27 April, 2015 @ 2:38 pm

33

Every women wants to have a beautiful vagina, both to feel confident and to please significant others.  There are some simple steps you can take to easily improve the looks of your vagina.

1. Hair removal
The part of the genitalia where pubic hair grows is actually the vulva, not the vagina.  Nevertheless, improving the appearance of the vulva will in turn make the vagina look better.  Shaving the pubic hair is a common method women use to give their vulva a more unique appearance.  This doesn’t necessarily have to be all of it; some women shape the hair into designs, or simply trim the edges.  Waxing and laser removal are other ways to remove hair.

2. Tightening the vagina
This is one of the steps that will please your partner in particular.  After childbirth and aging, the vagina can loosen.  There are pelvic strengthening exercises called Kegels that can give you a tight vagina.  This will look nicer and make sex more pleasurable for both of you.

3. Improving the odor
You’ll most likely want your vagina to smell nice to match its beautiful appearance.  A bad vaginal odor can be a sign of infection, so go to your doctor and see about treatment if you think you might have one.  Poor hygiene is a possible cause as well.  Regular washing with a gentle soap will keep your vagina clean and smelling fresh.

4. Stay free of bumps
While vaginal bumps usually aren’t a sign of something serious like an STD, they can be unpleasant to look at.  Keeping your vagina clean should take care of this problem as well, especially if the bumps are pimple-like.

5. Try Secret Ceres
Secret Ceres is an organic product that natural ingredients to improve the condition of your vagina.  It cleanses, tightens, improves the smell, and many other things.  It’s really an all-around good product for general vaginal health.

6. Vulvaplasty
Vulvaplasty is cosmetic surgery to improve the appearance of the vulva.  This is a drastic option, but some women with the funds choose to do it to create a permanently beautiful vagina.

7. Be confident
The most important part of having a beautiful vagina is being confident.  All vaginas look a little bit different, like faces.  Even if your vagina doesn’t look like others you might have seen, that doesn’t mean there’s anything wrong with it.  As long as you’re comfortable with your body, everyone else will be too.

 

http://mysecretceres.com/seven-ways-to-get-a-beautiful-vagina/

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1880 ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งถูกพบเป็นศพลอยอยู่ใน แม่น้ำ Seine  ใน Paris อีก 100 ปีต่อมา ผู้คนเรียกหญิงสาวคนนี้ว่า L’lnconnue de la Seine (หญิงนิรนามแห่งแม่น้ำ Seine )

          ชาวตะวันตกต่างคลั่งไคล้หลงใหลกับใบหน้าที่ลึกลับของเธอ ที่แม้เธอจะเสียชีวิตลงแล้ว แต่ความงามบนใบหน้าของเธอก็มิอาจจางหายไป จนถึงขนาดมีคนทำแม่พิมพ์ปั้มใบหน้าของเธอมาทำเป็นใบหน้าของหุ่นปฐมพยาบาล!

       Jane Doe นักพยาธิวิทยาถูกความงามที่ลึกลับของศพผู้หญิงคนนี้เขาครอบงำจิตใจ เขาจึงใช้แม่พิมพ์ปูนปาสเตอร์ปั้มใบหน้าของเธอเก็บไว้แล้วอวดให้เพื่อน

11

ใบหน้า L’lnconnue de la Seine ถูกปั้มและส่งต่อไปทั่วเมืองในยุโรป โดยถูกนำไปใช้เป็นของตกแต่งประจำบ้านในยุโรป ช่วงปี 1900

55

  ในปี 1950 ใบหน้า L’lnconnue de la Seine  ถูกตีความเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์เรื่องเพศของชาวยุโรป ชาวตะวันตกหลายคนยกย่องรอยยิ้มและใบหน้าปริศนาของเธอมีความงามและน่าค้นหา มากว่า Mona Lisa เสียอีก

ในปี 1958 ใบ L’lnconnue de la Seine ถูกนำไปใช้เป็นใบหน้าของหุ่น CPR ไว้ให้ฝึกการปฐมพยาบาล ทำให้ใบหน้าหญิงนิรนามแห่งแม่น้ำ Seine  เป็นใบหน้าผู้หญิงที่โดนจุมพิตมากที่สุดในโลก 

จนกระทั่งทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าหญิงสาวคนนี้จมอยู่ในแม่น้ำ Seine ได้อย่างไร และเธอเป็นใครกันแน่

 

 

http://news.boxza.com

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก viralnova

 
Published : 27 April, 2015 @ 11:27 am

1. Yogurt with live cultures or probiotic supplements may help prevent yeast infections and bacterial vaginosis.

Dannon / giphy.com

Some doctors recommend yogurts with probiotics or probiotic supplements to women who suffer from chronic yeast infections, which are caused by the candida fungus. Probiotics are live microorganisms, often called “friendly bacteria,” that may help fight infections caused by “bad” bacteria and boost digestive health. They are sometimes added to yogurts and available in supplements. Those in the lactobacillus family are some of the most frequently used.

However, the evidence that yogurt can really stave off yeast infections is still inconclusive, said D.C.-based family physician, Djinge Lindsay, MD, MPH. (The FDA has not approved any health claims for foods with probiotics.) “A lot of the studies that have been done were with small groups of women,” and their infections weren’t all the same. “Some women were chronically infected, some women just got infections once in awhile. And the amount of lactobacillus,” she added, “varied widely across the studies.”

Still, though, eating plain, fat-free yogurt isn’t likely to hurt you. “It’s a fairly benign remedy to try and some women do report improvement with it,” said Lindsay. Probiotics are generally considered safe, but studies on long term effects and how they impact people with other health issues are limited.

One more thing to keep in mind: The most effective way to get your probiotics might not be to eat them. Several studies have found that vaginal suppositories containing lactobacillus may help treat bacterial vaginosis.

2. Sauerkraut, miso, and kimchi are also good sources of probiotics.

11 Things Everyone With A Vagina Should Know About Food
youtube.com

What’s a non-yogurt-eating, yeast infection-prone girl to do? Get your probiotics in fermented, homemade sauerkraut. (Store-bought sauerkraut is usually pasteurized — a process that kills all of the good bacteria that was in it.) Miso paste and fresh kimchi also contain probiotics.

3. Eating a lot of sugar may make you more prone to yeast infections, especially if you are diabetic or pre-diabetic.

11 Things Everyone With A Vagina Should Know About Food
giphy.com

Yeast infections are very common: About 75% of women will get one at some point in their lives and nearly half will get two or more, according to the Office on Women’s Health of the U.S. Department of Health and Human Services.

There are many potential causes for yeast infections, including pregnancy, taking antibiotics, or eating too much sugar. “The idea is that the yeast will eat off of the sugar and that’s how they’ll grow,” said Lindsay. But while most women would need to consume a lot of sugar to make it the culprit, the bar is lower for diabetics and pre-diabetics. “I commonly see infections in my diabetic patients that don’t have good control over their blood sugar.”

Even if blood sugar is not a problem for you, your body will thank you for limiting your sugar consumption. Follow the World Health Organization’s recommendation of restricting your daily sugar intake to no more than 10% of your calories, about six teaspoons or 25 grams for most adults.

4. Cranberries may be slightly beneficial to your bladder, but they’re not a reliable measure for preventing UTIs.

Disney / giphy.com

Raise your hand if you’ve ever been told to drink cranberry juice to help your UTI. Researchers have been examining cranberries’ impact on UTIs for at least a hundred years, focusing on their potential ability to prevent E. coli bacteria (the primary culprit behind UTIs) from sticking to cells on urinary tract walls.

But while doctors have been recommending cranberries as a preventative measure against UTIs for decades, the latest research suggests that this advice is misguided. In 2012, researchers reviewed 24 studies examining cranberries’ impact on UTIs. The results may surprise you: While cranberries can keep bacteria from adhering to bladder walls and may be slightly effective in preventing UTIs, the study ultimately concluded, “Cranberry juice cannot currently be recommended for the prevention of UTIs.”

Recommended methods of preventing UTIs include peeing after sex, wearing loose-fitting and breathable underwear, and drinking plenty of water.

Even if cranberries are not a UTI panacea, they are still a good source of essential vitamins like C, E, and K, so incorporating them into your diet isn’t likely to hurt you. But steer clear of sugary cranberry cocktail juices. Try making this healthy whole wheat cranberry banana bread or a cranberry banana smoothie.

5. Caffeine, alcohol, chocolate, and artificial sweeteners can irritate your bladder, especially if you suffer from interstitial cystitis (IC).

11 Things Everyone With A Vagina Should Know About Food
E! / giphy.com

As if having IC, aka painful bladder syndrome, wasn’t hard enough, the 1–2 million Americans who have it (with women outnumbering men 8 to 1) have a long list of bladder-irritating foods to avoid, including foods with caffeine, alcohol, histamine, artificial sweeteners, MSG, and nitrates. (The Interstitial Cystitis Association provides a detailed guide here.)

Even if you don’t suffer from IC, if you’re running to the bathroom more than you’d like, removing certain foods from your diet may help you make it through your next rom-com without a trip to the ladies. Caffeine, for example, is a well-known diuretic, meaning it makes you pee more. Chocolate, which contains caffeine and other potentially IC-exacerbating ingredients, should also, sadly, be avoided. (Don’t kill the messenger!)

Organizations like the National Association for Continence and the Glickman Urological & Kidney Institute also recommend that anyone with an overactive bladder avoid artificial sweeteners like aspartame and saccharin. (That makes a diet soda a double threat since it probably contains both caffeine and artificial sweeteners.)

6. Strong smelling foods like asparagus, garlic, and curry can make your crotch sweat stinkier.

11 Things Everyone With A Vagina Should Know About Food
NBC / giphy.com

Before we go any further, let’s state the obvious for a second: Vaginas can and will smell like whatever they want. They are not supposed to smell like roses; that concept is annoying. That said, a concern about the air down there is hardly abnormal, and certain foods can have an impact — albeit a slight one — on the smell of your nether regions.

There is not a large canon of research on how foods impact your vaginal smell, but it is related to the rest of your particular scent of BO. “It has not been extensively studied, it’s been inferred from other research,” said Lindsay. Because an important component of the odor is from sweat, foods that make your sweat more odiferous, will likely do the same for your vag. “If you ingest foods with very strong odors like asparagus or garlic or curry, it’s possible that that can translate to a smell in your vaginal area,” said Lindsay.

(As for the commonly repeated myth that inserting a garlic clove into your vagina can cure a yeast infection, don’t listen. “In reality, inserting any foreign object in the vagina may cause further complications or even worsen an infection. And there is no scientific proof that garlic can cure a yeast infection, so why risk it?” wrote Drs. Yvonne Bohn, Allison Hill, and Alane Park, OB/GYNs and authors of The Mommy Docs’ Ultimate Guide to Pregnancy and Birth.)

7. Red meat might make you smellier than usual, too.

11 Things Everyone With A Vagina Should Know About Food
Beef For Dinner / giphy.com

Eating red meat can make you sweat more and make your sweat smellier. “You can smell worse within two hours of eating red meat,” E. Adam Kallel, who holds a Ph.D. in Victrix computational and medicinal chemistry consultancy, told the Huffington Post last year. Like with other body odor-causing foods, the results may manifest in the sweat glands around your private parts.

Eating red meat may also throw off your vagina’s pH levels. “A normal vagina is slightly acidic,” said Lindsay. “There’s some evidence that for certain people, some foods that are high in alkalines, like meat and fish, can possibly affect the odor.”

And BTW, studies indicate that red meat has an impact on your male companion too. A 2006 study put seventeen male “odor donors” on either meat or non-meat diets for two weeks and then tested their scents on 30 women. The results: “[T]he odor of donors … on the nonmeat diet was judged as significantly more attractive, more pleasant, and less intense.”

8. Pineapples might make your vagina smell and taste better, but it’s not scientifically proven.

11 Things Everyone With A Vagina Should Know About Food
Disney / giphy.com

We all want our vaginas to smell and taste as pleasant as possible, but while there are some stories floating around about how to do that, there is no real corresponding scientific research. “A common one I’ve seen is pineapples, but there’s no evidence for that,” said Lindsay. But she added, “If you think it works, then you can try it.”

Another important note from Dr. Lindsay for those worried about vaginal scents and tastes: “Every woman’s vagina is going to be slightly different. The taste is also going to be different depending on who’s tasting it and their taste buds.” So don’t stress about it unless you have a reason to, like a particularly strong or pungent smell. And if that happens, see your doctor, don’t just stock up on pineapples.

9. Water keeps your membranes ~lubricated~ and your odors diluted.

11 Things Everyone With A Vagina Should Know About Food

“Your vagina is a mucus surface, same as the inside of your mouth, so the better hydrated you are, the better hydrated those membranes are going to be,” Lindsay told BuzzFeed. And while some strong-smelling foods can translate into a stronger-smelling vagina, water can help bring things back to whatever is normal for you. “If you’re concerned, you can drink water and that can dilute out what you might perceive to be a bad smell from the food,” Lindsay said.

10. Flax and soy may improve vaginal dryness in post-menopausal women.

11 Things Everyone With A Vagina Should Know About Food
deeperthantherabbithole.tumblr.com

After menopause, women often experience a natural drop in their estrogen levels, leading to vaginal dryness. The phytoestrogens in foods like flax and soy may help women compensate for this, said Lindsay, but the evidence to back this up is still relatively sparse. “I’ve definitely had women tell me they’ve added soy milk into their diet and their hot flashes felt better and their vaginal dryness was better. But in terms of the hardcore research, there’s not great evidence that it can help.”

That said, flax and soy are similar to yogurt and cranberries in that they are healthful foods which are unlikely to hurt you, and may even help you in other, non-vagina ways. Try one of these delicious tofu recipes to add soy to your diet or wake up with a wild blueberry, mint, and flaxseed smoothie.

11. The smell of Good & Plenty may actually get your juices flowing.

CW / giphy.com

Comedy Central / giphy.com

Guys, this is not a joke. If you haven’t been feeling the heat lately, you might want to hit the candy store. In 1998, Dr. Alan Hirsch of the Smell & Taste Research and Treatment Foundation in Baltimore wrote in his book Scentsational Sex: The Secret to Using Aroma for Arousal that the scent of Good & Plenty candy, especially when mixed with a cucumber perfume, sexually arouses women.

(Hershey Foods Corp., the maker of Good & Plenty, was not particularly excited about the discovery. A spokesman told the Baltimore Sun, “We weren’t involved in the study. We prefer not to comment.”)

 

 

http://www.buzzfeed.com/deenashanker/eating-for-your-vag#.ny9Z5LDVo

 
Published : 27 April, 2015 @ 11:12 am

Almost everyone who has one has had to deal with unpleasant, and subsequently embarrassing, vaginal odor. The vulva and vagina do have a typical odor, but a urine-like or fishy smell can be an indication something more serious is happening. If there’s a strange vaginal odor the first step you should take is to find the source of the cause and treat it as soon as possible to avoid any future infections or complications.

Your vulva’s bouquet can vary throughout the menstrual cycle and can be particularly apparent after sex or masturbation, sweating can also increase vaginal odor. Even though it can be tempting to try don’t douche or use a vaginal deodorant as these products can actually increase irritation and cause more problems than they fix.

Bacterial vaginosis, which is an overgrowth of naturally-occurring bacteria, is the most common infection that can cause vaginal odor. Trichomoniasis is a sexually-transmitted infection that can also lead to vaginal odor. Gonorrhea, chlamydia, and yeast infections do not typically cause a change in odor although a particularly strong yeast infection can smell like rising dough.

Top 6 Ways to Make Your Vagina Smell Good

When vaginal odor comes with cottage cheese-looking discharge that’s yellowish or whitish, burning, itching, or just regular irritation of the vagina, labia, and vulva – chances are good that the culprit is an infection. The type of smell can vary from person to person and also the kind of infection. If there’s blood in the discharge, then the infection may have reached the reproductive organs and medical attention is needed as soon as humanly possible.

It’s good to remember that if you have vaginal odor WITHOUT other symptoms, it’s likely the smell is normal. If you’re particularly worried about it, however, it’s never a bad idea to make an appointment with your gynecologist just to be sure. The medications that you take, even natural supplements, can change your personal smells to something less pleasant than what you are used to.

Good hygiene is important. The vagina is essentially a rich ecosystem, everything has to exist in the right balance and it is easy to upset it. If you use soap, antibacterials, use pools frequently, take hot baths, use lotion too close to the vulva, don’t change underwear often enough, use scented pads, use underwear made out of stifling material (amongst other things) this delicate balance can be upset and cause problems. Basically all you need to do is to avoid these things (and douches and vaginal deodorants), rinse your vulva with warm water, avoid soap, and wear clean clothes.

A simple way to improve vaginal health is to consume yogurt with live and active cultures every day. You can also make a great vaginal suppository by freezing greek yogurt (plain, with live and active cultures) in the fingers of a glove. Insert it before going to bed with a pad in your underwear to catch the secretions.

Another powerful antibiotic you probably have in your kitchen is garlic, specifically a clove of garlic. Insert one into the vagina and keep it there for a few hours to alleviate odor.

A long, warm (not hot!) bath with two or three cups of apple cider vinegar will help restore the acidic quality of the vaginal flora as well as fight off toxins that cause infection.

Change pads and tampons every four to eight hours during the menstrual cycle, as needed.

If it’s your natural body odor that is offending you, try increasing your fish, fruit, and vegetable intakes while reducing consumption of red meats.

Never think that your natural smells are bad smells, it’s designed to smell like a vagina and that is a good thing, it’s not supposed to smell like soap or flowers!

 

 

http://positivemed.com/2014/09/02/top-6-ways-make-vagina-smell-good/

 

อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารเพื่อสุขภาพเหล่านี้ มีประโยชน์ต่อผู้หญิงแต่ละช่วงวัย เลือกทานได้เลยจ้า

กินตามช่วงวัยให้ร่างกายฟิตเปรี๊ยะ (Lisa)

คิดสักนิดก่อนหยิบอะไรใส่ปาก เพราะยิ่งอายุเพิ่มขึ้นโรคภัยและไขมันจากการรับประทานอาหารสามารถคืบคลาน เข้าหาร่างกายที่เสื่อมลงได้ง่ายดาย

การกินในแต่ละช่วงวัยใช่ว่าจะต้องเหมือนกัน เพราะเมตาบอลิซึ่มจะทำงานได้ดีกว่าในช่วงที่เราเยาว์วัย แต่พอนาน ๆ ไปก็เสื่อมถอย รู้ไว้ใช่ว่า จะได้กินถูกวัย ถูกประเภท สุขภาพดียาวนานนะคะ

  อาหารของสาวเลขสอง

วัยกำลังเริ่มต้นชีวิตทำงาน หาคู่แต่งงาน หรืออาจจะมีลูกด้วย ชีวิตที่ผันผวนเช่นนี้มีผลต่อการเลือกอาหารการกิน ดังที่นักวิจัยด้านการแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยบราวน์ในสหรัฐฯ พบว่า สาววัยนี้บริโภคฟาสต์ฟู้ดเพิ่มขึ้นกว่าตอนวัยรุ่นถึง 25% เป็นผลให้ขาดสารอาหารสำคัญ ๆ แถมวงสังคมที่มากขึ้น เพิ่มโอกาสกระดกแอลกอฮอล์ที่ไปเพิ่มน้ำหนักตัวบนตราชั่งด้วย

อาหารเพื่อสุขภาพ

ลิสต์ควรกิน

โปรตีน : การอด อาหารช่วงนี้อาจทำให้ส่วนสูงไม่เพิ่มขึ้น เพราะขวดโปรตีนที่ไปช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ นักโภชนาการแนะนำว่า ควรได้รับโปรตีน 60-70 กรัมต่อวัน ซึ่งนั่นมีอยู่ในเนื้อไก่ลอกหนัง เนื้อสเต็ก ปลา ไข่ ถั่ว เต้าหู้ และผลิตภัณฑ์นมโชว์เฟต

โพแทสเซียม : กล้ามเนื้อและหัวใจต้องการสารอาหารนี้ แต่ผู้หญิงวัยนี้กลับได้รับไม่ถึงครึ่งของปริมาณที่แนะนำต่อวัน อันได้แก่ ผลไม้สองถ้วย (เช่น แอปเปิล กล้วยหอม และโยเกิร์ตกับสตรอว์เบอร์รีสด) และผักสดสองถ้วยครึ่ง

โอเมก้า-3 : กรดไขมันดีที่ช่วยเพิ่มฮอร์โมนเซโรโทนินในสมองหรือสารแห่งความสุขเหมาะกับ วัยนี้ที่อ่อนไหวต่อเรื่องเครียดต่าง ๆ ในการเริ่มต้นชีวิตทำงาน และมีมากอยู่ในอาหารอย่างปลาทูน่าและแซลมอน รวมถึงถั่ว วอลนัต เมล็ดแฟล็กซ์ และน้ำมันคาโนล่า

  อาหารของสาวเลขสาม

ผู้หญิงวัยนี้มีชีวิตยุ่งมาก ไหนจะลูกไหนจะงาน ลืมกินข้าวบางมื้อเป็นประจำ แถมสัญญาณความเสื่อมโทรมเริ่มมาเยือนตั้งแต่ริ้วรอยบนใบหน้าไปจนถึงความเจ็บ ป่วยทางกาย ดร. เจมส์ โอ ฮิลส์ ผู้อำนวยการศูนย์โภชนาการแห่งมหาวิทยาลัยโคโลราโด แนะนำว่าถ้าผู้หญิงวัยนี้ลดน้ำหนักลงได้สัก 10% จะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคเกี่ยวกับระบบการย่อยและโรคเครียดได้

อาหารเพื่อสุขภาพ

ลิสต์ควรกิน

โฟเลต : ส่วนใหญ่ผู้หญิงวัยนี้จะมีลูก ซึ่งสารอาหารตัวนี้สำคัญมากต่อการตั้งครรภ์ เพราะป้องกันไม่ให้เด็กเป็นดาวน์ซินโดรมและช่วยให้ร่างกายผลิตเซลล์ใหม่ได้ ตลอดเวลา รวมถึงลดความเสี่ยงโรคหัวใจด้วย หมั่นบริโภคอาหารอย่างถั่วชิกพี หน่อไม้ฝรั่ง ผักโขม บรอกโคลี อะโวคาโด น้ำส้มคั้น และธัญพืชต่าง ๆ ให้ถึงปริมาณ 400 ไมโครกรัมต่อวัน

ไฟโตนูเทรยนต์ : ประกอบด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนต์อยู่มาก ช่วยชะลอความชรา ป้องกันโรคหัวใจและมะเร็ง มีมากในผัก ดาร์กช็อกโกแลต ไวน์แดง และกาแฟ

เหล็ก : มี ผลการทดลองรองรับว่าผู้หญิงที่ขาดธาตุเหล็กทำงานใช้ความรู้ความจำได้แย่กว่า ผู้ที่ได้รับเหล็กอย่างเพียงพอ ฉะนั้น ควรกินอาหารเหล่านี้ทุกวัน หอยลาย เนื้อวัว ธัญพืชอบกรอบ นมถั่วเหลือง เมล็ดฟักทอง และเนื้อไก่ไม่มีหนัง

  อาหารของสาวเลขสี่

เป็นช่วงวัยที่ผู้หญิงจะกลับมามีเวลาให้ตัวเองอีกหน ทว่าหน้าท้องย้วยกันห้อย ต้นขาเผละ จากการอุ้มท้องและให้นมลูกมาหลายปี ทำให้การเลือกกินมีความสำคัญไม่แพ้เวลาที่เอาไปทำผมทำเล็บเลย นักโภชนาการได้เสริมว่า ทุก ๆ สิบปีหลังจากอายุขึ้นเลขสี่แล้วร่างกายเราต้องการแคลอรีลดลงหนึ่ง เปอร์เซ็นต์ หรือเทียบเท่าคุกกี้หนึ่งชิ้นในแต่ละวัน นอกจากนี้ควรกินอาหารทุก ๆ สามถึงสี่ชั่วโมงเพื่อกระตุ้นระบบเมตาบอลิซึมให้ดูดซึมอาหารได้ดี ไม่มีไขมันตกค้างเป็นส่วนเกินของร่างกาย

อาหารเพื่อสุขภาพ

ลิสต์ควรกิน

แคลเซียม : ใกล้ วัยหมดประจำเดือน เอสโตรเจน ที่ใช้สร้างกระดูกก็ลดลง แถมการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารก็ด้อยประสิทธิภาพลง ดังนั้น ควรเพิ่มแคลเซียมเสริม 1,000 มก. ต่อวัน และนมโลว์เฟตทุกวัน

วิตามิน D : ช่วย ให้ดูดซึมแคลเซียมดีขึ้น เสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันมะเร็งเต้านมและลำไส้ รวมทั้งกันเรื่องหูตึง ซึ่งวิตามินตัวนี้มีไม่พอจากอาหารที่เรารับประทานในแต่ละวัน จึงควรเสริมที่ 600-1,000 มก. ต่อวัน

ไฟเบอร์ : ช่วยลดอาหารท้องอืดท้องเฟ้อ ลดคอเลสเตอรอล และความเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ มีมากในผักและผลไม้ รวมถึงข้าวกล้องและขนมปังโฮลวีต

 

http://health.kapook.com/view96329.html

 

1. Popped collar

 เรื่มต้มแบบเบาๆ ด้วยแฟชั่น Popped Collar ที่ เพียงแค่ยกปกเสื้อตั้งขึ้น คูณก็แนวแบบง่ายๆได้แล้ว แฟชั่นแบบนี้ เค้าได้รับอิทธิพลมาจากนักกีฬาเทนนิสค่ะคนที่ดูกีฬาคงจะเคยเห็นกัน ไม่รู้เหมือนกันว่า ยกตั้งขึ้นทำไมแต่เจ้เดาเอาว่าคงจะกันแดดล่ะมั้งคะนักเทนนิสเค้าก็ต้องดูแล สภาพผิวเหมือนกัน ต้นคอดำขึ้นมา แฟนคลับอาจไม่ปลื้ม

2. Stuck Togethet Clothes

สาวๆ บางคนอาจร้อง ว้าว กับแฟชั่นนี้ค่ะ เพราะมันเป็นแบบเย็บติดกันทั้งท่อนบนและท่อนล่างใครที่อยากจะให้เสื้อตัว โปรดติดกับกางเกงตัวเกงกลายเป็นชุดใหม่คงจะชอบใจแน่ๆ มันก็เริ่ดไปอีกแบบนะคะ ใด้ใช้สมองในการสร้างสรรค์ผลงานตัวเอง แต่สาวๆ ที่ไม่มีหัวด้านนี้คงขี้เกรียจคลีเอทตัวเองกันไปตามๆ กัน ประมาณว่าซื้อตามห้างก็ได้ ฉันไม่ง้อหรอก

3.Saggy Pants

ต่อ มาหลานคนคงรู้จักดี โดยเฉพาะหนุ่มๆ มันคือแฟชั่นกางเกงหลุดก้นนั่นเองค่ะ ใครไปคิดล่ะคะว่า มันจะเป็นเทรนด์แฟชั่น เค้าว่ากันว่าที่มาของแฟชั้นนี้ คาดว่ามาจากในคุกที่ไม่อนุญาติให้ใส่เข็มขัด จนเมื่อพวกเขาเหล่านั่นออกมาจากคุก ก็ยังคงไม่ใส่เข็มขัด เจ้ว่าเทรนด์นี้คงอยู่คู่วงการไปตลอดๆ เพราะคงไม่มีผู้ชายคนไหนใส่เอวสูงหรอก

4. Shaved Patterns

 ขึ้น มาช่วงศีรษะกันบ้างค่ะ เทรนด์นี้ผู้ชายชอบทำกันเยอะโดยเฉพาะพวกที่ชอบให้หัวโล้นๆ แต่ก็ยังแอบเก๋ด้วยการโกนผมเป็นตัวอักษรหรือวาดลวดลายเก๋ๆ กัน เจ้ว่ามันก็มั่นไปอีกแบบนะคะ แต่คนที่แต่งผมแบบนี้ต้องใส่ต่างหูประดับหน่อย จะได้โก้ขึ้นกว่าเดิม

5.Strange Glasses 

เท รนด์ต่อมา สาวๆ หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไปเลยค่ะ เพราะมันคือ แว่นตาแบบแปลกๆ ทั้งกันแดดไม่กันกันแดด ใส่ไปเที่ยวถ่ายรูปลง Facebook หรือจะใส่แว่นกรอบหนาแอ๊ปเด็กเรียนแบบไม่มีเลนส์ก็ชิคอยู่ ซึ่งตอนนี้คนที่กำลังเป็นแรงบรรดาลใจของเทรนด์เว่นตาแปลกๆ ก็คือ หวานใจของ ‘สาว Kim Kardashian ‘ ‘หนุ่ม Kanye West ‘ นั่นเองค่ะ

6.Kegadoru Bandage Fashion

ใคร จะคิดว่าผ้าพันแผลจะเป็นแฟชั่นกับเขาได้ ที่ญี่ปุ่นเค้าฮิตติดผ้านผันแผลตามหน้าตาและเนื้อตัวค่ะ โดยไม่ตำเป็นต้องประสบอุบัติเหตุเลย เพราะมันจะเสี่ยงเกิน เข่เรียกที่ติดผ้าผันแผลเป็นแฟชั่นว่า’ไอดอลผู้ได้รับบาดเจ็บ’ โดยสีของผ้าผันแผลเป็นสีขาว สื่อถึงความเวอจิ้น ส่วนสีดำ หมายถึง ด้านมึดค่ะ แหม ใครจะติดสีอะไรคงจะต้องคิดกันหน่อยนะเนี่ย

7. Tight Lacing

 อัน นี้ฮอตมาตั้งแต่โบราณจนถึงตอนนี้เลยค่ะ สำหรับชุดชั้นในรัดรูปแบรัดติ้วให้เอวเล็กที่สุดเพื่อคุณผู้หญิงแต่ว่าถ้า ใส่บ่อยๆ นี่เป็นอันตรายถึงชีวิตเลยที่เดียว เพราะอวัยวะภายในจะเปลี่ยนตำแหน่งตามทรวดทรงของเรานั่นเอง ใครคิดจะใส่ก็คิดดีๆ นะ อย่าได้ใส่กันทุกวัน

8.Plastic Nipples

 เท รนด์แฟชั่นอันนี้ติดเรทหน่อยนะคะ เพราะมันเป็นหัวนมพลาสติก ซึ่งกำลังเป็นที่ป๊อปปูล่าร์ในหมู่เซเล็บคนดัง โดยที่พวกนางใส่ไว้ใต้เสื้อเชิ้ตหรือเสื้อออกงานเริ่ดๆ อย่างเวลาใส่ชุดอะไรที่ต้องการโชว์เนื้อหนังมังสาแล้วไม่อยากใส่เสื้อในแถม ไม่อยากให้จุกเด่นนูนออกมา เจ้านี่ก็เป็นตัวช่วยได้อย่างดีเลยค่ะ

9.Eye Jewelry

ดู เหมือนว่าวัยรุ่นสมันนี้จะไม่มีที่เจาะตกแต่งร่างกายแล้วค่ะ ดวงตาถึงเป็นเป้าหมายต่อไป Eye Jewelry เป็นเครื่องประดับดวงตา เครื่องประดับอันนี้เด็กแนวทั้งหลายต้องใส่คอนแทคเลนส์ก่อน แล้วจึงติด Eye jewelry กับคอนเทคเลนส์ ฟังดูแล้วอาจจะดูเสี่ยงกับดวงตานะคะ เจ้ไม่แนะนำให้แนวด้วยวิธีนี้

10.Mantyhose

เท รนด์สุดท้าน คุณผู้ชายคงต้องคิดหนักไปหน่อยหากจะตามเทรนด์ เพราะมันคือถุงน่องสำหรับผู้ชายค่ะและก็ไม่ได้มีแต่สีธรรมดาตามที่ขายทั่วไป แต่มีหลากหลายให้เลือก ถ้าไม่กลัวคนมองว่าเกย์ก็จัดไป เพราะเจ้าถุงน่องนี้ถ้าใส่แล้วจะช่วยไหลเวียนของเลือด ช่วยให้คุณอบอุ่นเมื่อหน้าหนาวมาถึง มันเริ่ดตรงนี้ค่ะ

http://board.postjung.com/689492.html

 

l
คำในภาษาไทยที่เรามักสะกดผิดมาตลอดชีวิต ซึ่งเราไม่รู้ตัวด้วยว่ามันผิด แน่นอนว่าเราสะกดผิดมากกว่าสองครั้ง เพราะเป็นคำที่ออกเสียงคลายกัน มาดูกันว่ามีคำอะไรบ้าง
1. ข้าวเหนียวมูน VS ข้าวเหนียวมูล
คำที่ถูก = ข้าวเหนียวมูน
คำที่ผิด = ข้าวเหนียวมูล
“มูล” หมายถึง ราก หรือเศษสิ่งของต่างๆ รวมถึงอุจจาระ ซึ่งต้องใช้คำว่า “มูน” หมายถึงการเอากะทิมาคลุกเคล้ากับข้าวเหนียวเพื่อให้เกิดความมันนั่งเอง
2. คลินิก VS คลีนิก VS คลินิค
คำที่ถูก = คลินิก
คำที่ผิด = คลีนิก,คลินิค
คำนี้เขียนกันหลากหลายรูปแบบเลย ทั้ง คลนิก,คลีนิก,คลีนิค,คลินิค แต่ที่ถูกต้องจริงๆ เป็นเสียงสั้นใช้สระอิ และใช้ “ก” สะกด
3. คัดสรร VS คัดสรรค์
คำที่ถูก = คัดสรร
คำที่ผิด= คัดสรรค์
“คัดสรร” ไม่ต้องมีตัว “ค์” เพราะคำว่า “สรร” หมายถึง การเลือก,การคัดอยู่แล้ว และคำนี้ก็เป็นคำซ้อนที่เอาความหมายเหมือนกันมาซ้อนคำกันนั่นเอง
4. โคตร VS โครต
คำที่ถูก = โคตร
คำที่ผิด= โครต
ทั้ง 2 คำอ่านว่า “โคด” เหมือนกัน แต่ถ้าสังเกตการออกเสียงดีๆ จะรู้ว่าคำนี้ไม่มีควบกล้ำ ดังนั้นวิธีเขียนที่ถูกต้องคือ เอา “ร” ไว้หลังสุด คือ โคตร
5. สังสรร VS สังสรร
คำที่ถูก =สังสรรค์
คำที่ผิด=สังสรร
อีหนึ่งตัวอย่างสำหรับคำตระกูล “สัน” แต่สำหรับคำว่า สังสรรค์ จะต้องตามด้วย “ค์” เสมอ
6. จลาจล VS จราจล
คำที่ถูก = จลาจล
คำที่ผิด= จราจล
วิธีให้เขียนถูกง่ายนิดเดียว คำว่า “จราจร” ใช้ “ร” ทั้งสองส่วน “จลาจล ก็ใช้ “ล” ทั้งสองตัวเช่นเดียวกัน
7. น้ำมันก๊าซ VS น้ำมันก๊าด
คำที่ถูก =  น้ำมันก๊าด
คำที่ผิด= น้ำมันก๊าซ
ให้จำเอาไว้ว่าเขียนให้ง่ายๆ ตามแบบคนไทยใช้ “ด” ไม่ต้องสนว่ามาจากภาษาอังกฤษคำว่า Gas
8. ทะเลสาบ VS ทะเลสาป
คำที่ถูก = ทะเลสาบ
คำที่ผิด = ทะเลสาป
คำว่า “สาป” ในภาษาไทยมีเพียงความหมายเดียว หมายถึง คำแช่ง ดังนั้นจึงต้องใช้คำว่า “สาบ&
9. เครื่องสำอางค์ VS เครื่องสำอาง
คำที่ถูก = เครื่องสำอาง
ที่ถูกต้องจริงๆ ต้องเขียนว่า “เครื่องสำอาง” โดยคำว่า “สำอาง” มีความหมายว่า สิ่งเสริมแต่ง บำรุงใบหน้า
10. กะเทย VS กระเทย
คำที่ถูก = กะเทย
คำที่ผิด = กระเทย
เขียนผิดกันมากสำหรับคำๆ นี้ ให้จำไว้ว่า อยากเป็นกระเทย ไม่ต้อง “รอ”
11. โควตา VS โควต้า
คำที่ถูก = โควตา
คำที่ผิด = โควต้า
ตามหลักการเขียนคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ไม่ต้องเติมวรรณยุกต์ค่ะ ดังนั้น Quota จึงเขียนได้ว่าโควตา ไม่ต้องเติมไม้โทให้คำว่า “ตา” นะ
12. ต่างๆ นานา VS ต่างๆ นาๆ
คำที่ถูก = ต่างๆ นานา
คำที่ผิด = ต่างๆ นาๆ
โดยปกติคำซ้ำจะเติมเครื่องหมายไม้ยมกไว้ด้านหลังคำที่ต้องการซ้ำ ยกเว้นคำว่า “นานา” “จะจะ” ที่ไม่ต้องซ้ำนะ เขียนแบบเดิมสองครั้งได้เลย
13. ผลัดวันประกันพรุ่ง VS ผัดวันประกันพรุ่ง
คำที่ถูก = ผัดวันประกันพรุ่ง
คำที่ผิด = ผลัดวันประกันพรุ่ง
ผัดวันประกันพรุ่งไม่ต้องมี “ล” นะคะ “ผลัด” แบบนี้ใช้สำหรับ “ผลัดผ้า”
14. ผาสุข VS ผาสุก
คำที่ถูก = ผาสุก
คำที่ผิด = ผาสุข
เชื่อว่าหลายคนไปโยงกับความหมายความสุข ก็เลยใช้ “ข” สะกด แต่จริงๆ แล้วใช้ “ก” สะกด
15. กงเกวียนกำเกวียน VS กงกำกงเกวียน
คำที่ถูก = กงเกวียนกำเกวียน
คำที่ผิด = กงกำกงเกวียน
ที่ถูกต้องคือ”กงเกวียนกำเกวียน” เพราะทั้ง กง และ กำ เป็นส่วนประกอบของล้อเกวียน
16. กังวาล VS กังวาน
คำที่ถูก = กังวาน
คำที่ผิด >> กังวาล
กังวาน เป็นอีกคำที่สะกดด้วย “น” ได้เลย ไม่ต้องไปสะกดแบบอื่นให้มันยากกว่าเดิม
17. ผัดไทย VS ผัดไท
คำที่ถูก = ผัดไทย
คำที่ผิด = ผัดไท
คำนี้มีวิธีการจำง่ายๆ ตามที่ราชบัณฑิตยสถานบอกไว้ก็คือ คำว่า “ไทย” ในผัดไทย เขียนเหมือนคนไทย นั่นเอง
18. อานิสงส์ VS อานิสงฆ์
คำที่ถูก =  อานิสงส์
คำที่ผิด = อานิสงฆ์
อานิสงส์ มีความหมายในตัว คือ ผลแห่งกุศลกรรม ซึ่งเป็นคำบาลี(อานิสํส) ไม่ใช่ พระสงฆ์ ดังนั้นจึงใช้ “ส์”
19. ใบกะเพรา VS ใบกระเพรา
คำที่ถูก  =  ใบกะเพรา
คำที่ผิด = ใบกระเพรา
การเขียนที่ถูกต้องจริงๆ มี “ร” เพียงแค่ที่เดียว คือ”เพรา” ส่วน “กะ” ไม่ต้องมี “ร”
20. นะค่ะ VS นะคะ VS น๊ะค๊ะ
คำที่ถูก = นะคะ
คำที่ผิด = นะค่ะ, น๊ะค๊ะ
เป็นคำที่ผู้หญิงใช้ผิดมากที่สุดคำหนึ่ง จริงๆ จำไว้แค่ว่า นะคะ ไม่ต้องมีวรรณยุกต์ใดๆ ไม้เอก ไม้โท ไม่ตรี ไม่มีทั้งนั้น
21. บังสุกุล VS บังสกุล
คำที่ถูก = บังสุกุล
คำที่ผิด = บังสกุล
บังสุกุล เป็นคำที่ใช้เรียกผ้าที่พระสงฆ์ชักจากศพหรือผ้าที่ทอดไว้หน้าศพ คำนี้เมื่อพูดเร็วๆ รัวๆ อาจฟังเป็น บังสกุล ซึ่งเป็นการสะกดที่ผิด
22. ผีซ้ำด้ามพลอย VS ผีซ้ำด้ำพลอย
คำที่ถูก = ผีซ้ำด้ำพลอย
คำที่ผิด = ผีซ้ำด้ามพลอย
ที่ถูกคือ ด้ำ แต่อาจเพี้ยนกลายเป็นคำว่า ด้าม เพราะคนไม่เข้าใจความหมายคำว่า ด้ำ ซึ่งหมายถึง ผีเรือน
23. พิธีรีตอง VS พิธีรีตรอง
คำที่ถูก = พิธีรีตอง
คำที่ผิด  พิธีรีตรอง
พิธีรีตอง หมายถึง งานพิธีตามแบบตามธรรมเนียม เวลาเขียนคำนี้ไม่ต้องเติม “ร” ในคำว่า “ตอง” ท่องเลยๆ
24. แพทยศาสตร์ VS แพทย์ศาสตร์
คำที่ถูก = แพทยศาสตร์
คำที่ผิด = แพทย์ศาสตร์
“แพทยศาสตร์” เป็นคำสมาสระหว่างคำว่า “แพทย์” + “ศาสตร์” เมื่อเอามารวมกัน คำก่อนหน้าที่มีการันต์ให้ตัดทิ้งได้เลย
25. ริดรอน VS ลิดรอน
คำที่ถูก = ลิดรอน
คำที่ผิด = ริดรอน
วิธีการเขียนคำนี้ให้ถูกต้อง ต้องเขียนว่า “ลิดรอน” พยางค์หน้าใช้ “ล” พยางค์หลังใช้ “ร”
26. ไล่เรียง VS ไล่เลียง
คำที่ถูก = ไล่เลียง
คำที่ผิด = ไล่เรียง
“ไล่” หมายถึง การขับออก, บังคับให้ไป ส่วน “เลียง” ก็หมายถึง การไล่สิ่งไม่บริสุทธิ์ออก ดังนั้นคำนี้จึงเป็นคำซ้อน
27. วิ่งเปี้ยว VS วิ่งเปรี้ยว
คำที่ถูก = วิ่งเปี้ยว
คำที่ผิด = วิ่งเปรี้ยว
ปกติคำนี้เราใช้แต่วิธีพูด ไม่ค่อยได้ลงมือเขียนกันเท่าไหร่ ฉะนั้นเวลาต้องมาเขียนจริงๆ ก็นึกไปเองว่าใช้ “เปรี้ยว” เหมือนรสเปรี้ยว แต่ที่ถูกต้องจริงๆ เขียน “เปี้ยว”
28. … VS …
คำที่ถูก = …
คำที่ผิด = …
จำไว้เหมือน กะเทย เลยว่า เป็นกะเทย เป็น… ไม่ต้องมี “รอ”

 
Published : 24 April, 2015 @ 4:49 pm

1429732518-53a05254f14eb-tampons-xl-wjiqkr

Rep. Carolyn Maloney (D-N.Y.) recently reintroduced the Robin Danielson Act, a bill originally named for a woman who died of toxic shock syndrome (TSS) in 1998, because she feels there’s not enough research about the potential health risks of feminine hygiene products, RH Reality Check reports.

Maloney told RH Reality Check,American women spend well over $2 billion per year on feminine hygiene products, and the average woman will use over 16,800 tampons and pads over the course of her lifetime. Despite this large investment and high usage, there has been limited research on the potential health risks these products may pose to women.”

Her proposed bill would require the National Institutes of Health (NIH) to do the much-needed research on the possible hazards in things like synthetic fibers and chemicals like dioxins (which The Environmental Protection Agency and the International Agency for Research on Cancer, an arm of the World Health Organization, have deemed probably cancer-causing), which can be found in tampons or other feminine hygiene products, and then make those results available to the public. Maloney first introduced this in 1997 before Danielson died of toxic shock syndrome, but every time she brings it back in, it’s rejected (for reasons Maloney’s rep couldn’t comment on) before it can even make it to the voting stage.

Now, you might be think, Well, what about the inserts in my tampon boxes about TSS? but the research that went into things like that is done through the very same people who make your tampons. While the FDA asks that things like potential adverse tissue reaction, vaginal injury, vaginal infection, and TSS are included in the report, preclinical toxicology and microbiology are simply “recommended” and that testing is kept secret, so it’s still pretty unknown if anyone’s really doing any real work to make sure you’re being kept safe.

Chris Bobel, president of the Society for Menstrual Cycle Research, says the FDA isn’t required to release the results of their studies to consumers, which Bobel says is common, but it also means that the countless people who are buying these products aren’t able to make fully informed decisions about them, something Maloney is aiming to finally change.

“The reality is menstrual health has been considered a taboo subject for far too long,” she said. “It’s time that feminine hygiene products are researched so that we can ensure that complete and accurate information is being collected and made readily accessible. My legislation will give women the ability to make more informed decisions as they seek to lead healthy lives.”

And that’s something that’s way overdue.

 

http://www.cosmopolitan.com/sex-love/news/a39427/apparently-no-ones-really-sure-if-your-tampons-are-safe/